ประโยชน์ของผักออแกนิก

ผักออแกนิก
ผักออแกนิก (ผักออแกนิค, ผักออร์แกนิก, ผักออร์แกนิค) หรือ ผักอินทรีย์ (Organic) ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ แล้วมันก็คือ ผักประเภทที่มีความเป็นธรรมชาติสูงมาก ไม่มีการใช้สารเคมีใด ๆ เลย เป็นผักอินทรีย์จริง ๆ เหมือนเกิดจากธรรมชาติจริง ๆ เพียงแต่การเพาะปลูกจะต้องมีการดัดแปลงสภาพต่าง ๆ เพื่อเลียนแบบธรรมชาติ เช่น ปุ๋ยในดิน การบำรุงดิน อากาศ ความชื้น น้ำ ฯลฯ เพื่อให้พืชผักสามารถเจริญเติบโตได้ด้วยวิธีแบบธรรมชาติโดยอาหารจากธรรมชาติ

 

 

 ผักออแกนิก นอกจากจะเป็นอะไรที่เป็นธรรมชาติมากแล้ว การเพาะปลูกยังมีการลงทุนที่สูง ใช้ระยะเวลาในการเพาะปลูกนาน ทำให้ผักชนิดนี้หากออกสู่ตลาดแล้วจะผักที่มีราคาแพง เพราะมีต้นทุนการผลิตที่สูง ไหนจะมีเรื่องสิ่งแวดล้อมที่ต้องใช้เวลาปรับสภาพ เพื่อไม่ให้แมลงศัตรูพืชมาเบียดเบียน ซึ่งบางแห่งถึงขนาดกางมุ้งปลูกกันเลยทีเดียว แต่บางแห่งก็ปลูกกันในโรงเรือน แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ว่าจะปลูกด้วยวิธีไหน หรือทำให้ผักเจริญเติบโตด้วยวิธีใดก็ตาม ที่สำคัญที่สุดก็คือ ห้ามใช้สารเคมีใด ๆ ไม่ว่าสารนั้นจะไม่เป็นอันตรายต่อพืชและสัตว์ก็ตาม จะใช้ได้แต่เพียง อินทรีย์ที่มาจากธรรมชาติเท่านั้น จึงจะถือว่าเป็น “ผักออแกนิก”

นอกจากนี้ยังมีความเข้าใจผิด ๆ ว่า ผักออแกนิก ผักปลอดสารพิษ และผักไฮโดรโปนิกส์ คือผักชนิดเดียวกัน ซึ่งความจริงแล้ว ผักปลอดสารนั้นคือผักที่มีการใช้สารเคมีในระหว่างการเพาะปลูกจนกระทั่งใกล้เก็บเกี่ยว จะมีการเว้นการใช้สารเคมีในช่วงการเก็บเกี่ยว (มากน้อยแล้วแต่ผู้เพาะปลูกจะเป็นคนกำหนดเวลา) จึงทำให้มีชื่อเรียกใหม่ ๆ เกิดขึ้นว่าเป็น “ผักปลอดสาร” สรุปก็คือ เป็นผักปลอดสารในช่วงตอนเก็บเกี่ยวผลผลิต แต่ไม่ได้ปลอดสารในระหว่างการเพาะปลูก ซึ่งจริง ๆ แล้วมันก็ควรจะเป็นผักทั่วไปที่เราซื้อมารับประทานกันตามท้องตลาดนี่แหละครับ ส่วนผักไฮโดรโปนิกส์ (Hydroponics) นั้นคือผักไร้ดิน หรือการปลูกผักโดยใช้น้ำแทนดิน ซึ่งเป็นวิธีการปลูกผักที่ประยุกต์ใช้ในเมืองที่หาพื้นดินได้ยาก ผักประเภทนี้ยังมีความจำเป็นที่จะต้องพึ่งสารเคมีอยู่ ไม่ว่าจะทางใบหรือทางน้ำ เพราะผักไร้ดินจะไม่มีดินที่เป็นตัวสะสมธาตุอาหาร แต่เปลี่ยนจากดินเป็นน้ำให้เป็นตัวสะสมธาตุอาหารแทน การใส่ปุ๋ยก็จะให้ทางน้ำ และปุ๋ยก็ยังคงต้องมีสารเคมี (จึงไม่ถือว่าเป็นผักออแกนิก) เพราะปุ๋ยอินทรีย์บางชนิดจะไม่สามารถผสมลงในน้ำได้ (หรือผสมได้แต่น้ำก็จะไม่ใสและมีกาก หรือขุ่น ทำให้ไหลได้ไม่ดี) และเพื่อให้เรารู้จักผักออแกนิกกันมากขึ้น จึงขออธิบายอย่างละเอียดอีกครั้ง ว่าผักออแกนิกคืออะไร ไปดูกันเลยครับ

ผักออแกนิก คืออะไร?
ส่วนประกอบทุกอย่างมาจากธรรมชาติ ผักออแกนิกจะไม่มีการใช้สารเคมีหรือสารสังเคราะห์ใด ๆ เลยในการปลูกและการเพาะเลี้ยง โดยจะเป็นผักที่เลี้ยงและโตขึ้นมาด้วยอาหารจากธรรมชาติล้วน ๆ ปลูกในดินบ้าน ๆ ที่ปลอดสารเคมี ใช้ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกจากธรรมชาติในการเพาะปลูก และเมล็ดที่ใช้ไม่มีการตกแต่งพันธุกรรม จึงเรียกได้ว่าเป็นการสร้างอาหารแบบธรรมชาติล้วน ๆ 100% ส่วนประกอบทุกอย่างจึงบริสุทธิ์ ไม่มีสารพิษต่าง ๆ มาช่วยก่อมะเร็ง

• ดินที่ใช้ในการทำเกษตร ต้องเป็นดินที่ดี มีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยแร่ธาตุและสารอาหาร สามารถอุ้มน้ำและระบายน้ำได้ดี มีจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์อยู่ในดินมากเพื่อช่วยในการย่อยสลายสารอาหาร และทำให้รากสามารถดูดซึมสารอาหารได้ง่าย รวมไปถึงยังช่วยป้องกันโรคและแมลง ช่วยเร่งการเจริญเติบโต และทำให้พืชผักที่ปลูกมีความแข็งแรง โดยดินที่ใช้ในการเพาะปลูกต้องทำให้ปลอดสารพิษไม่น้อยกว่า 3 ปี หรือต้องเป็นแปลงที่ไม่มีการใช้สารเคมีมาแล้ว 5 ปี
• น้ำที่ใช้จะต้องไม่มาจากแหล่งน้ำลำคลองทั่วไป เพราะแหล่งน้ำประเภทนี้จะปนเปื้อนไปด้วยสารเคมีมากมาย ซึ่งเป็นสารตกค้างที่ถูกปล่อยมาจากการใช้น้ำตามบ้านเรือนต่าง ๆ หรือมาจากน้ำเสียของโรงงานทั่วไป โดยการปลูกผักออแกนิกบางแห่งจะใช้น้ำที่ขุดลึกภายในไร่ที่มีความลึกถึง 150 เมตร หรือน้ำที่อยู่ใต้ดิน
• ปุ๋ยหมักบางแห่งอาจได้มาจากการนำขี้วัวหรือขี้ไก่มาเป็นวัตถุดิบในการทำปุ๋ยหมัก
• การเกษตรทั่วไปจะต้องมีการต่อสู่กับวัชพืชต่าง ๆ ด้วยสารเคมี แต่ในความเป็นจริงแล้ว วัชพืชเองก็ถือว่ามีประโยชน์สำหรับการเกษตร เพราะการมีกากใยบนดินมาก จะทำให้เกิดการระบายน้ำได้ดี ในตอนฝนตกหนัก จึงช่วยรักษาพื้นดินไว้ได้ และวัชพืชยังช่วยในเรื่องการขยายของรากพืชได้อีกด้วย จึงเรียกได้ว่าเป็นกฎแบบธรรมชาติอย่างแท้จริง โดยจะทำหน้าที่สลับเปลี่ยนสารอาหารในชั้นบนและชั้นล่างของพื้นดิน เพื่อให้เกิดการหมุนเวียนธาตุอาหารภายในดิน และยังกลายเป็นพืชสดให้กับดิน ดังนั้น ในการเพาะปลูกผักออแกนิกบางแห่งจะไม่กำจัดวัชพืชออกไปทั้งหมด และหลังจากการเก็บเกี่ยวจะมีการพักฟื้นแปลงไว้ประมาณ 2 สัปดาห์ หลังจากนั้นจึงทำการตีกลบหญ้าที่ขึ้นมาบนแปลง การทำเช่นนี้จะได้ปุ๋ยพืชสดไปในตัว ซึ่งถือเป็นการช่วยบำรุงให้ดินดีได้อย่างมาก
• การอยู่อย่างผสมผสานกันระหว่างผักที่ปลูกบนแปลงกับหญ้าหรือวัชพืช จะทำให้ดินไม่เหลวเป็นโคลน ทำให้แมลงลดลง และทำให้รากเกิดการดูดซึมได้ดี แต่ผักบางชนิดจะไม่ชอบอยู่ร่วมกับหญ้าหรือวัชพืช ดังนั้น สิ่งสำคัญก็คือการปลูกผักกับวัชพืชจะต้องมีความสอดคล้องกันตามธรรมชาติ และวัชพืชจะต้องไม่ใช่ศัตรูของผัก

ไม่ใช้สารเคมีใด ๆ เลย เช่น ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี หรือสารกระตุ้นสารเร่งเร่งการเจริญเติบโตต่าง ๆ ผักออแกนิกนั้นส่วนประกอบทุกอย่างจะต้องมาจากธรรมชาติ หากมีการใช้สารเคมีก็ถือว่าไม่เป็นผักออแกนิกแล้ว โปรดจำไว้ว่าสิ่งที่เพาะปลูกลงบนแปลงจะมีพลังในการปกป้อง รักษาโรค และป้องกันแมลงด้วยตัวของเค้าเอง การจะปลูกผักให้แข็งแรง จะช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันของผักที่ปลูกให้สูงขึ้นได้ การใช้สารเคมีหรือยาฆ่าแมลง จะทำให้พลังหรือภูมิคุ้มกันในการต่อต้านโรคลดลงและเกิดโรคได้ง่าย แต่บางเจ้าจะมีการใช้สารเคมีเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่าที่จำเป็น แบบนี้ก็อาจจะเรียกว่าเป็น “95% Organic” หรือจะกี่เปอร์เซ็นต์ก็ว่ากันไป ซึ่งโดยปกติแล้วจะมีป้ายบ่งบอกความเป็นออแกนิกไว้ 3 ระดับ คือ “100% Organic” (ธรรมชาติ 100%), “95% Organic” (ธรรมชาติ 95% ขึ้นไป เพราะใช้สารเคมีเพียงเล็กน้อยเท่าที่จำเป็น), และ “Made with Organic Ingredient (ธรรมชาติ 70% ขึ้นไป) ” แต่ถ้าต่ำกว่า 70% ก็จะไม่ถือว่าเป็นออแกนิก ซึ่งในต่างประเทศอย่างอเมริกาและแคนาดาจะมีป้ายบ่งบอกเปอร์เซ็นต์แบนี้ครับ เพราะผู้บริโภคจะค่อนข้างเลือก อาหารหรือผักที่เป็นธรรมชาติ 100% จะเป็นอะไรที่ขายดีมาก

ไม่ก่อให้เกิดมลพิษในกระบวนการผลิต ผักออแกนิกนอกจากจะมุ่งเน้นให้คนที่รับประทานมีสุขภาพที่ดีแล้ว จุดประสงค์ที่สำคัญอีกอย่างก็คือการลดมลพิษให้กับธรรมชาติ เพราะการใช้สารเคมีต่าง ๆ จะทำให้เกิดสารพิษตกค้างในดิน ในอากาศ และในน้ำ ซึ่งสารพิษเหล่านี้กว่าจะสลายได้ก็ต้องใช้ระยะเวลานาน หรืออาจกินเวลาเป็นสิบ ๆ ปีเลยทีเดียวกว่าจะย่อยสลาย วิธีการปลูกผักแบบออแกนิกจึงเป็นหนทางที่ดีในการฟื้นฟูธรรมชาติที่เสียไป เพราะนอกจากจะได้ผักที่ไม่มีสารเคมีแล้ว ยังเป็นการช่วยลดมลพิษไปด้วยในตัวอีกด้วย

Golden-slotonline