รัฐดันปลูกพืชทดแทนนาปรัง

       นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเผยถึงโครงการส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนการปลูกข้าวนาปรังว่า เป็นหนึ่งในการประสานพลังประชารัฐ เพื่อทำให้ภาคการเกษตรเข้มแข็ง ทั้งด้านการผลิตและการตลาดที่สอดคล้องกัน โดยให้ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทในการพัฒนาภาคเกษตรให้การผลิตมีประสิทธิภาพ ซึ่งไม่เพียงข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เท่านั้น ยังมีโครงการส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกพืชชนิดอื่นทดแทนข้าวนาปรังด้วย เช่น พืชผักอายุสั้น และถั่วต่างๆ เป็นต้น

    “กรมมีเป้าหมายให้ใช้ทรัพยากรน้ำอย่างรู้คุณค่า จึงต้องการปรับลดพื้นที่การปลูกข้าวนาปรัง ซึ่งใช้น้ำในปริมาณสูงถึงไร่ละ 1,200-3,500 ลูกบาศก์เมตร เมื่อเทียบกับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีการใช้น้ำตลอดการปลูกเพียงไร่ละ 500-700 ลูกบาศก์เมตร และปัจจุบันผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ยังเป็นที่ต้องการของตลาดกว่า 7.2 ล้านตัน นอกจากนี้ การปรับเปลี่ยนการเพาะปลูกจะช่วยตัดวงจรการเจริญเติบโตและการสะสมของโรคแมลงจากการปลูกพืชชนิดเดิมๆ ซ้ำๆ ด้วย”

นายสมชายกล่าวต่อว่า จากข้อมูลการผลิตข้าวในรอบ 4 ปีที่ผ่านมา ที่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร คือ ตั้งแต่ปี 2555/56-2558/59 พบว่า มีพื้นที่ที่ดินมีความเหมาะสมกับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มาก และเหมาะสมปานกลางรวมกว่า 8 ล้านไร่ โดยเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพในเขตชลประทาน 31 จังหวัด รวม 2 ล้านไร่ และจากที่ได้นำร่องส่งเสริมการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทดแทนข้าวนาปรังในปีที่ผ่านมาพบว่า เกษตรกรสามารถผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ได้เฉลี่ย 900-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ มีกำไรจากการผลิตไร่ละ 2,000-4,000 บาท

ทั้งนี้ บริษัทเมล็ดพันธุ์ที่เข้าร่วมโครงการนี้จะต้องเป็นสมาชิกของสมาคมผู้ค้าพันธุ์พืชไทย พร้อมสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการอบรมเกษตรกร และให้คำแนะนำการปลูกกับเกษตรกรอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ได้ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่มีคุณภาพ ขณะเดียวกันกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ร่วมกับภาคเอกชนรับซื้อผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ตามมาตรฐานที่กรมการค้าภายในกำหนด โดยข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เบอร์ 2 ความชื้น 14.5% ราคาไม่ต่ำกว่า 8 บาทต่อกิโลกรัม ณ หน้าโรงงานกรุงเทพฯและปริมณฑล