“เป๊ป” สั่งบอร์ดโละ 10 แข้งไร้ประโยชน์ทิ้งซัมเมอร์นี้

ล้างทีม

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า กุนซือสมองเพชรของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ตกเป็นข่าวว่า เตรียมสั่งการให้สโมสรโละนักเตะระดับซีเนียร์ที่คาดว่าจะไม่ได้ใช้งาน 10 รายออกจากทีมในช่วงหน้าร้อนนี้

สื่อดังอย่าง เดอะ ไทม์ส ระบุว่า เฮดโค้ชชาวสแปนิชได้นัดพบปะกับทางบอร์ดบริหารของเรือใบสีฟ้าเพื่อหารือแนวทางการสร้างทีมสายเลือดใหม่ตามหลักการของเขาขึ้นมา โดยเจ้าตัวได้ลิสต์รายชื่อนักเตะที่ต้องการโละทิ้งไว้

นักเตะทั้งหมดนั้นประกอบไปด้วย ปาโบล ซาบาเลต้า, โจ ฮาร์ท, ซามีร์ นาสรี่, ยาย่า ตูเร่, กาแอล กลิชี่, บาการี่ ซานญ่า, เฆซุส นาบาส, วิลลี่ กาบาเยโร่, เอเลียควิม ม็องกาล่า และ วิลฟรีด โบนี่

โดยในซีซั่นนี้เป๊ปเข้ามารับงานคุมทีมเป็นปีแรกพร้อมด้วยจำนวนนักเตะมากมาย แต่เขาก็ได้ปล่อยแข้งที่ไม่ต้องการใช้งานออกไปเล่นแบบยืมตัวหลายคนอาทิ ฮาร์ท, นาสรี่, ม็องกาล่า และ โบนี่

เดือนอาถรรพ์ของหงส์แดง?!

มกราสยองขวัญ

ปีใหม่อาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของใครหลายคน ทว่าไม่ใช่กับ “ลิเวอร์พูล” ในตอนนี้ที่กำลังเผชิญกับ “ฝันร้าย” ตั้งแต่ต้นปี

นับตั้งแต่เข้าสู่ศักราชใหม่เครื่องจักร “เร้ด แมชีน” ที่เคยเดินหน้าไล่ฆ่าฟันคู่แข่งต่อเนื่องกลับหยุดชะงักไปดื้อๆ ซึ่งหลังเกมพ่าย เซาธ์แฮมป์ตัน คาบ้าน 0-1 เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมานั้น นอกจากจะทำให้สาวก “เดอะ ค็อป” ต้องฝันสลายกับการอดดูทีมรักในรอบชิงแล้ว

ถึงตรงนี้ “หงส์แดง” ยังสามารถเก็บชัยได้แค่นัดเดียวด้วยตลอด 7 เกมหลังสุด หรือนับตั้งแต่ขึ้นปีใหม่เป็นต้นมา

เกิดอะไรขึ้นกันแน่ครับกับ “ลิเวอร์พูล” ทีมซึ่งกำลังมาแรงเมื่อตอนต้นฤดูกาล!??มันอาจเป็นเพราะการไร้ ซาดิโอ มาเน่ ที่ไปเล่น แอฟริกัน เนชั่นส์ คัพ, มันอาจเป็นเพราะนักเตะในทีมพร้อมใจกันล้าหรือฟอร์มตก เช่นเดียวกับการขาดตัวจบสกอร์ที่ยังคงเป็นปัญหาเรื้อรัง

แต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดล่าสุดมีการเปิดเผยจาก “สกาย สปอร์ต” สื่อชื่อดังของอังกฤษครับว่า ฟอร์มอันแผ่วลงของ ลิเวอร์พูล ในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ

หากแต่มีเรื่องของ “วัน-เดือน-ปี” เข้ามาเกี่ยว!

ขึ้นชื่อว่ามนุษย์ ย่อมมี “คนที่ใช่” อยู่ข้างกาย เฉกเช่นเดียวกับโลกฟุตบอลที่บางครั้งก็มีเรื่องของ “เดือนที่ใช่” เข้ามาเกี่ยวข้อง

“โรนัลโด้” ย้ำสุดเบื่อกระแสเปรียบเทียบตนกับ “เมสซี่”

ลามยันลูก

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โคตรดาวเตะของเรอัล มาดริด ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า เขานั้นไม่ชอบการที่เอาตัวเขาไปเปรียบเทียบกับลิโอเนล เมสซี่ ของบาร์เซโลน่า ตลอดเวลาที่ผ่านมา

โดยการเปรียบเทียบนั้นกลับมาอีกครั้ง หลังล่าสุดโรนัลโด้คว้าบัลลงดอร์สมัยที่ 4 ไล่หลัง เมสซี่ ที่เคยได้ไป 5 สมัย นั่นทำให้กัปตันทีมชาติโปรตุเกสเริ่มรู้สึกรำคาญกับกระแสดังกล่าว

“แน่นอนว่าเขา (เมสซี่) และผม ก็ต่างทำผลงานอันสุดยอดเพื่อทีมของตัวเองนะ เรามีความเคารพซึ่งกันและกัน แน่นอนว่านอกสนามผมมีความสัมพันธ์ที่ดี”

“แต่ผู้คนนำเรามาเปรียบเทียบตลอดเวลา แม้กระทั่งลูกชายของพวกเราก็ไม่เว้น ตอนอยู่ที่โรงเรียนใครเป็นยังไง? ใครฉลาดกว่า? ใครวิ่งเร็วกว่า?”

“สำหรับผมแล้ว นักเตะอย่างคริสเตียโน่ก็คือคริสเตียโน่ ส่วนเมสซี่ก็คือเมสซี่ เราเป็นคนละคนกัน”

“ปืน” เล็งฉุด “รอยส์” แทนหาก “อเล็กซิส” ย้ายหนี

คุ้มไม่คุ้ม

อาร์เซนอล ยอดทีมแห่งเกาะอังกฤษตกเป็นข่าวลือว่า เตรียมยกระดับทีมด้วยการนำเข้าดาวเตะคนสำคัญของโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อย่าง มาร์โก้ รอยส์ ในช่วงซัมเมอร์หน้า

โดยสื่อต่างประเทศพร้อมใจกันรายงานว่า อาร์แซน เวนเกอร์ กุนซือจอมวางหมากของทีม กล้าที่จะทุ่มเงินจำนวนกว่า 51 ล้านปอนด์ (ราว 2,260 ล้านบาท) เพื่อคว้ากองหน้าทีมชาติเยอรมนีมาร่วมทีม หากอเล็กซิส ซานเซชต้องย้ายทีมจริงๆ

อเล็กซิสนั้นตกเป็นข่าวมาเนิ่นนานแล้วว่ายังไม่ยอมต่อสัญญาฉบับใหม่กับปืนใหญ่เสียที ทำให้เวนเกอร์จำต้องมองหาแข้งตัวแทนโดนเบนไปที่รอยส์ในเวลานี้

เป็นที่เข้าใจกันว่ารอยส์จะได้รับข้อเสนอสัญญาห้าปีจากอาร์เซนอล พร้อมรับค่าเหนื่อยกว่า 6.8 ล้านปอนด์ต่อปี (ราว 301 ล้านบาท) เลยทีเดียว

2 เซี่ยงไฮ้” เผยไม่มีแผนดึง “รูนี่ย์” ไปโกยเงินหยวน

เซ็งหรือเฮ

สมาพันธ์ฟุตบอลเมืองเซี่ยงไฮ้ ได้ออกมาปฏิเสธข่าวการซื้อตัว เวย์น รูนี่ย์ กัปตันทีมของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทั้งกับ เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว และ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี

โดยแข้งวัย 31 ได้ตกเป็นข่าวอย่างหนักกับการย้ายไป ไชนีส ซูเปอร์ลีก ในช่วงหลัง เพื่อรับค่าเหนื่อยมากสุดของวงการฟุตบอล โดยเฉพาะ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี ที่มี สเวน โกรัน อีริคส์สัน คุมทีมนั่นเอง

“อย่างที่เรารู้ ทั้งสโมสรของ เซี่ยงไฮ้ ใน ซีเอสแอล (เซี่ยงไฮ้ เสิ่นหัว และ เซี่ยงไฮ้ เอสไอพีจี) ได้เสร็จสิ้นธุรกิจการซื้อขายนักเตะแล้ว และตอนนี้ก็ไม่มีตำแหน่งว่างพอให้นักเตะต่างชาติรายใดๆ” เอฟเอ เซี่ยงไฮ้ แถลง

“อีกทั้งสองสโมสรจาก เซี่ยงไฮ้ ยังคงต้องการปฏิบัติตามกฏใหม่ 18 ข้อของสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งประเทศจีนอย่างเคร่งครัดเพื่อความเสถียรภาพในการพัฒนาวงการฟุตบอลลีกจีน”

“แล้วตอนนี้วงการฟุตบอลจีนก็อุดมไปด้วยเหล่าซูเปอร์สตาร์ชั้นนำมากมายอยู่แล้วทั้ง ออสการ์, ฮัลค์, รามิเรส, เอล็กซ์ เตเซียร่า รวมถึง อักเซล วิทเซล และ คาร์ลอส เตเบซ ด้วย”

“ไมกี้” โชว์พลังหมัดทุบ “ซลาติคานิน” หลับสนิทยก 3

แชมป์ใหม่

ไมกี้ การ์เซีย กำปั้นชาวสหรัฐฯ ผงาดคว้าเข็มขัดแชมป์สภามวยโลก (WBC) รุ่นไลท์เวท หลังโชว์ฟอร์มดุสมราคา ด้วยการไล่อัด เดยัน ซลาติคานิน เจ้าของแชมป์ชาวมอนเตเนโกร จอดป้ายเพียงยกที่ 3 ในการแข่งขันชกมวยชิงแชมป์สภามวยโลก ที่เอ็มจีเอ็ม แกรนด์ การ์เด้น อารีน่า, สหรัฐฯ เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ 29 มกราคม ที่ผ่านมา

ไมกี้ การ์เซีย หรือ มิเกล อังเกล การ์เซีย โชว์พลังกำปั้นอันหนักหน่วง ปล่อยหมัดขวาเข้าปลายคางของ เดยัน ซลาติคานิน เจ้าของตำแหน่งแชมป์ ลงไปนอนแน่นิ่งในยกที่ 3 ทำให้กรรมการตัดสินใจยุติการชก และชูมือให้กับเจ้าตัว

ซึ่งหลังการแข่งขัน เจ้าของแชมป์ใหม่วัย 29 ปี กล่าวหลังเป็นฝ่ายคว้าชัยว่า “ผมมีความสุขที่เห็นเขา (ซลาติคานิน) ฟื้นขึ้นมาได้ ผมตกใจมากเมื่อเห็นว่าเขานอนหลับไปนาน แต่เมื่อเขาได้สติ ผมก็โล่งใจ”

จากชัยชนะเกมนี้ทำให้ กำปั้นชาวสหรัฐฯ สร้างสถิติชนะรวด 36 ไฟต์ เป็นการชนะน็อกถึง 30 ครั้ง ขณะที่ เดยัน ซลาติคานิน เสียสถิติแพ้เป็นครั้งแรกในชีวิต หลังก่อนหน้านี้่ชนะรวดมา 22 ไฟต์ติดต่อกัน

ฟุตบอลถ้วยกับ “ไม้กันผี”

ฟุตบอลถ้วย

สุดสัปดาห์นี้ถึงแม้ฟุตบอลอังกฤษจะไม่มีโปรแกรมสำหรับ “พรีเมียร์ลีก” แต่ก็ยังมีฟุตบอลถ้วยรายการที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอย่าง “เอฟเอ คัพ” ถ้วยที่มีอายุ 146 ปี ดังนั้นทีมจากลีกสูงสุดส่วนใหญ่ที่ผ่านรอบที่สามมาได้ ก็มีโปรแกรมต้องลงสนามเหมือนเดิม

แถมกลางสัปดาห์ที่จะถึงยังมีฟุตบอลลีกมาเตะกันอีก เรียกว่า “แทบไม่ได้พัก” กันเลย ซึ่งลีกอังกฤษอย่างที่ทราบกันว่ามีฟุตบอลถ้วยในประเทศถึง 2 รายการ นอกจาก “เอฟเอ คัพ” แล้วยังมี “ลีก คัพ” ซึ่งจะเปลี่ยนชื่อเป็น “คาราบาว คัพ” ตั้งแต่ฤดูกาลหน้าเป็นต้นไป

ในส่วนของทีมใหญ่เอง ดูเหมือนจะไม่ค่อยจริงจังกับบรรดาฟุตบอลถ้วยในประเทศสักเท่าไหร่ เอาแค่ล่าสุด หงส์แดง “ลิเวอร์พูล” ก็สังเวยตัวเองด้วยการตกรอบ “ลีก คัพ” เรียบร้อยแล้ว โดยถูกนักบุญ “เซาแธมป์ตัน” เชือดคาบ้าน 0-1 จริงๆต้องบอกว่าสกอร์เดียวทั้งไปและกลับ เพราะเกมที่บ้านนักบุญก็แพ้ด้วยสกอร์นี้เหมือนกัน

ขณะที่บรรดาทีมใหญ่อื่นๆก็ “ตายเรียบ” มาในรอบก่อนหน้านี้ โดย “อาร์เซน่อล” ถูกนักบุญฆ่าคาบ้าน 0-2 ในสไตล์ที่ “อาร์แซน เวงเกอร์” ใช้เด็กลงสนามแทบจะทั้งทีม “เชลซี” ก็ถูก “เวสต์แฮม” อัดคาบ้าน 0-1 หรือ “แมนฯ ซิตี้” ที่แพ้ ทีมใหญ่ทีมเดียวที่ยังเหลืออยู่ในฟุตบอลรายการนี้ “แมนฯ ยูไนเต็ด” ของ “โจเซ่ มูรินโญ่” 0-1 ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ก็เลยขอสรุปว่าถ้วยนี้น้ามูจอง
มากันที่ฟุตบอล “เอฟเอ คัพ” บรรดาทีมใหญ่ โดยเฉพาะบิ๊กไฟว์ยังอยู่ในเส้นทาง เริ่มจาก “แมนฯ ซิตี้” ไปเยือน “คริสตัล พาเลซ” “สเปอร์ส” ที่เพิ่งไปเที่ยวสเปนมาเปิดบ้านเจอ “วีคอมบ์” “ลิเวอร์พูล” เปิดบ้านเจอ “วูล์ฟแฮมป์ตัน” “อาร์เซน่อล” ที่มีโอกาสล้างตากับ “เซาแธมป์ตัน” อีกครั้ง และ “แมนฯ ยูไนเต็ด” เจอ “วีแกน”

เรื่องของ “เงินรางวัล” ต้องยอมรับว่าแทบไม่พอยาเส้นกับค่าเหนื่อยของนักฟุตบอลในพรีเมียร์ลีกสมัยนี้ ไม่ใช่เฉพาะแค่ทีมใหญ่ แต่หมายถึงทีมระดับกลางหรือทีมหนีตายด้วยซ้ำ อย่างรอบ 3 (รอบ 64 ทีม) ที่มีทีมจากลีกสูงสุดลงสนาม ชนะผ่านเข้ารอบได้แค่ 67,500 ปอนด์ รอบ 4 (32 ทีม) ได้ 90,000 ปอนด์ รอบ 5 (16 ทีม) ได้ 180,000 ปอนด์ รอบ 6 (8 ทีม) ได้ 360,000 ปอนด์ รอบรองชนะเลิศ ทีมชนะได้ 900,000 ปอนด์ ทีมแพ้ได้ 450,000 ปอนด์ ขณะที่รอบชิงชนะเลิศ แชมป์ได้ 1,800,000 ปอนด์ รองแชมป์ได้ 900,000 ปอนด์

“บุรีรัมย์” พ่าย “อินชอน” 0-1 ศึกอาเซียนทัวร์

แลกกันมันส์

การแข่งขันฟุตบอลเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในภูมิภาคอาเซียน รายการ ช้าง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด อาเซียนทัวร์ 2017 นัดที่ 4 “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เปิดสนาม ไอ-โมบาย สเตเดียม รับการมาเยือนของ อินชอน ยูไนเต็ด ทีมจากเคลีก ลีกสูงสุดของประเทศเกาหลีใต้ รายได้จากการรับบริจาคในเกมนี้จะนำไปมอบให้กับโรงเรียนที่ประสบอุทกภัยใน อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

เริ่มเกมได้ 2 นาที บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็มาได้ฟรีคิกทางด้านขวา กรกช วิริยอุดมศิริ โยนด้วยซ้ายเข้าไปในกรอบเขตโทษ โก ซุลกิ ทะยานขึ้นโขกเต็มหัวบอลข้ามคานออกหลังไป

นาทีที่ 7 ปราสาทสายฟ้า ยังคงบุกอย่างต่อเนื่อง โรเจอริโอ คูติญโญ กระชากบอลจากกลางสนามไปในแดนผู้มาเยือนก่อนจะแทงบอลให้ สุภโชค สารชาติ ได้หลุดไปซัดเต็มข้อ จอง ซาน ออกมาบล็อกบอลไว้ได้ แต่ผู้ช่วยผู้ตัดสินยกเป็นลูกล้ำหน้าไปก่อนแล้ว

นาทีที่ 9 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด น่าจะได้ประตูสุดๆ เมื่อ โรเจอริโอ คูติญโญ ได้เปิดฟรีคิกจากฝั่งซ้ายเข้าไปกลางประตู ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ได้โขกเหน่งๆ บอลพุ่งไปตรงตัว จอง ซาน นายด่านทีมเยือน

นาทีที่ 16 อินชอน ยูไนเต็ด มาได้ลุ้นทักทายบ้างเมื่อ ซอง ซิ วู ได้หลุดเข้าไปในกรอบเขตโทษ ทว่าจังหวะง้างเท้ายิงโดนไม่ดีบอลออกหลังไปากนั้นทั้ง 2 ทีมก็เปิดเกมเข้าใส่กันอย่างสนุกดุเดือด นาทีที่ 44 ประตูแรกของเกมก็เกิดขึ้นเมื่อ ลี ฮยอก ยุน สะบัดกับดักล้ำหน้าได้วิ่งสปีดได้บอลก่อนจะจี้เข้าเขตโทษง้างเท้าซัดผ่านตัว ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน เสียบเสาไกลไม่เหลือ อินชอน ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0 ซึ่งก็จบครึ่งแรกด้วยสกอร์นี้

กลับมาสู้กันต่อในครึ่งเวลาหลัง อินชอน ยูไนเต็ด เปลี่ยนเอา ลี จิน ฮยุน ลงไปยืนเฝ้าเสาแทน จอง ซาน

นาทีที่ 48 ปราสาทสายฟ้า มาได้ลุ้นประตูตีเสมอเมื่อ กรกช วิริยอุดมศิริ เปิดเตะมุมเข้าไปกลางประตูผู้เล่น อินชอน ยูไนเต็ด โขกสกัดออกมา สุภโชค สารชาติ ได้วิ่งเข้าไปซัดจากบริเวณหน้ากรอบเขตโทษบอลพุ่งเป็นจรวดเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว

นาทีที่ 58 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ส่ง อนาวิน จูจีน ลงสนามเข้าไปเล่นแทน สุเชาว์ นุชนุ่ม จากนั้นนาทีที่ 62 ใบเหลืองแรกของเกมก็เกิดขึ้นเมื่อ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ไปทำฟาวล์ใส่ ลี ยุน เปียว ผู้ตัดสินเลยควักใบเหลืองแจกใบแรก

นาทีที่ 73 ปราสาทสายฟ้า มาได้ลุ้นเล็กๆ เมื่อ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ได้บอลก่อนกระชากไปในแดนหน้าแล้วตัดสินใจสับไก ทว่าโดนไม่ดีบอลปลิ้นออกหลังไปนาทีที่ 78 แฟนบอลบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เฮแต่ว่าไม่สุดเสียงเมื่อ อนาวิน จูจีน เปิดบอลเข้าไปหน้าปากประตู ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ได้โขกเหน่งๆ แบบไม่มีใครประกบบอลพุ่งไปตรงตัว ลี จิน ฮยุน นายด่านทีมเยือน

นาทีที่ 89 ปราสาทสายฟ้า น่าได้ประตูตีเสมอที่สุดเมื่อ อนาวิน จูจีน ขึ้นบอลทางด้านขวาก่อนจะจ่ายเข้ากรอบเขตโทษให้ ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ได้วิ่งเข้าไปแปเหน่งๆ ทว่าโดนไม่ดีบอลข้ามคานออกไป

ช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีแรก บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด มาได้ฟรีคิกหน้าปากประตู ยศวรรธน์ มนทา เปิดเข้าไปในเขตโทษ รูเบนิลสัน ดอส ซานโตส โขกเช็ดบอลออกหลังไปแบบน่าเสียดาย

ทดเวลาบาดเจ็บนาทีที่ 5 ปราสาทสายฟ้า โหมหนักมาได้ลูกเตะมุม ยศวรรธน์ มนทา ได้เปิดเข้าไปในเขตโทษผู้เล่นอินชอน สกัดมาเข้าทาง ดิโอโก หลุยส์ ซานโต ได้กระดกบอลผ่านแงหลังไปถึง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ที่เติมขึ้นมาลุ้นประตู ก่อนที่ ศิวรักษ์ จะกลับตัววอลเลย์บอลลอยไปเข้ามือนายด่านทีมเยือนอย่างน่าเสียดาย ทำให้จบเกม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด พ่าย อินชอน ยูไนเต็ด ไป 0-1

โดยรายได้รับบริจาคจากเกมนี้ 132,200 บาท ได้รับเกียรติจากนายวันชัย จันทร์โท ผู้จัดการอีเว้นท์ภาคการขายที่ 3 บริษัท ช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด ผู้ผลิตเครื่องดื่มตราช้าง มอบเงินให้ วิโรจน์ โตแก้ว ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาล บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์

“หงส์แดง” เจ็บซ้ำโดน “นักบุญ” อัดคาบ้าน 0-1

ร่วงตัดเชือกลีกคัพ

เปิดเกมมา “หงส์แดง” เปิดเกมบุกเข้าใส่ทันที นาทีที่ 16 ไรอัน เบอร์ทรานด์ แนวรับทีมเยือนเสียบอลหน้าเขตโทษ ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ฉกบอลไปได้ก่อนไหลให้ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ ซัดหน้าเขตโทษแต่บอลไปตรงตัว เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์

นาทีที่ 19 เจ้าถิ่นลุยอีก โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ได้บอลจากระยะ 20 หลา ก่อนซัดเต็มข้อ แต่ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ ล้มตัวรับไว้ได้อีก

นาทีที่ 36 ทีมเยือน ที่นานๆบุกทีได้โอกาสจากจังหวะที่ เนธาน เร้ดมอนด์ ลากบอลขึ้นมาสุดเส้นหลังก่อนเปิดไปหน้าประตู ดูซาน ทาดิช วิ่งเข้าแปจ่อๆแต่ติดเซฟ ลอริส คาริอุส หมดครึ่งแรกเสมอกัน 0-0

กลับมาเล่นต่อครึ่งหลัง นาทีที่ 53 เจ้าถิ่นเกือบได้ประตู เอ็มเร่ ชาน ซัดด้วยขวาจากหน้าเขตโทษ เฟรเซอร์ ฟอร์สเตอร์ รับไม่ดีบอลปลิ้นกระดอนจะข้ามเส้นอยู่แล้ว แต่เจ้าตัวยังไวตามมาปัดทิ้งได้ทันหวุดหวิด

นาทีที่ 60 เจ้าบ้านพลาดได้ประตูเหลือเชื่อ เจมส์ มิลเนอร์ เปิดบอลโด่งเข้าไปหน้าประตู แนวรับทีมเยือนสกัดบอลไม่ดีไปเข้าทาง แดเนียล สเตอร์ริดจ์ กระโดดวอลเลย์จากระยะแค่ 5 หลา ข้ามคานเหลือเชื่อ

นาทีที่ 64 จอร์แดน เฮนเดอร์สัน เปิดบอลโค้งจากกราบซ้ายเข้าเขตโทษ แดเนียล สเตอร์ริดจ์ วิ่งเข้ายังด้วยซ้ายแต่บอลเหินข้ามคานไปอีก

เจ้าถิ่นโหมบุกหนัก นาทีที่ 77 ฟิลิปเป้ คูตินโญ่ ลากบอลตัดเข้าในก่อนซัดด้วยขวา บอลพุ่งหลุดเสาออกไปอีก

เกมทำท่าจะจบลงด้วยการเสมอกัน แต่แล้วในช่วงทดเจ็บ จากจังหวะโต้กลับ โจชัว ซิมส์ พาบอลขึ้นมาก่อนไหลออกขวาให้ เชน ลอง ตัวสำรองหลุดเข้าไปซัดผ่านตัว ลอริส คาริอุส ตุงตาข่าย เซาธ์แฮมป์ตัน ออกนำ 1-0

จบเกม “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล เปิดบ้านแพ้ “นักบุญ” เซาธ์แฮมป์ตัน 0-1 กระเด็นตกรอบด้วยประตูรวม 0-2 ทำให้ เซาธ์แฮมป์ตัน ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ลีกคัพ เป็นครั้งแรกในรอบ 38 ปี

“ชุดขาว” บุกตีเจ๊า “บีโก้” 2-2 ร่วง 8 ทีมโคปา เดล เรย์

ร่วงไปหนึ่ง

เรอัล มาดริด จบเส้นทางลุ้นถ้วยโกปา เดล เรย์ในปีนี้อย่างเป็นทางการเรียบร้อย หลังทำได้แค่เสมอเซลต้า บีโก้ 2-2 รวมผลสกอร์แล้วทีมรองบ่อนเข้ารอบไปด้วยสกอร์รวม 4-3 ตกรอบ 8 ทีมโกปา เดล เรย์ เรียบร้อย

นาทีที่ 44 เจ้าถิ่นได้ประตูขึ้นนำไปก่อน จากจังหวะที่ อาสปาส ได้บอลหลุดเข้าไปในกรอบฝั่งขวา ปาดเข้ากลางให้กุยเด็ตติได้ยิงโล่งๆ บอลติดเซฟกาซีญ่ากระดอนไปโดนดานิโล่เข้าประตูตัวเองไป 1-0

นาทีที่ 62 มาดริด ได้ประตูตีเสมอ จากจังหวะฟรีคิกนอกกรอบเยื้องไปทางขวาระยะ 25 หลา โรนัลโด้ ซัดด้วยขวา บอลแหวกอากาศทะลุกำแพงเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม 1-1

นาทีที่ 85 เจ้าบ้านนำอีกครั้ง จากจังหวะ โฆซาเบด ไหลบอลคืนหลังให้ วาสส์ วิ่งมาแปด้วยขวาเน้นๆผ่านมือกาซีญ่าเข้าไป 2-1

นาทีที่ 90 ชุดขาวตีเสมอ มีความหวังเพิ่มขึ้นมาอีกนิด กับช่วงเวลาที่เหลือ จากจังหวะเปิดลูกเตะมุมของโครสไปที่เสาแรก เบนเซม่า โหม่งชงไปเสาสองให้ บาซเกซ โหม่งสวนเข้าไป 2-2

จบเกม เรอัล มาดริด จบเส้นทางลุ้นถ้วยโกปา เดล เรย์ ในปีนี้อย่างเป็นทางการเรียบร้อย หลังทำได้แค่เสมอเซลต้า บีโก้ 2-2 รวมผลสกอร์แล้วทีมรองบ่อนเข้ารอบไปด้วยสกอร์รวม 4-3 ตกรอบ 8 ทีมโกปา เดล เรย์ เรียบร้อย