หน่วยแพทย์ออกดูแลประชาชน ออกหน่วยเยียวยาจิตใจ แนะเปลี่ยนความเสียใจเป็นการทำความดี

วันนี้ (16 ตุลาคม 2559) ที่ กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข ในฐานะผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการในภาวะฉุกเฉิน ด้านวิกฤตสุขภาพจิต สรุปผลการดำเนินงานของหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการประชาชนทั้งด้านร่างกายและจิตใจในช่วงระยะวิกฤตและฉุกเฉิน 72 ชั่วโมงแรก โดยในวันที่ 2 ของการปฏิบัติงาน (15 ตุลาคม 2559) มีผลการปฏิบัติงานดังนี้
1.ในส่วนกลาง ได้ร่วมกับกรุงเทพมหานคร มหาวิทยาลัย กองทัพ ตำรวจและมูลนิธิ จัดจุดบริการปฐมพยาบาลและรถพยาบาลฉุกเฉิน 9 จุด ได้แก่โรงแรมรัตนโกสินทร์ สนามหลวงฝั่งเชิงสะพานปิ่นเกล้า สนามหลวงที่กองอำนวยการกรุงเทพมหานคร ประตูวิเศษชัยศรี ท่าช้าง ข้างกระทรวงกลาโหม ศาลหลักเมือง สนามหลวงฝั่งพระบรมมหาราชวัง และศาลาสหทัยสมาคม โดยมีประชาชนที่เข้าร่วมงานพระราชพิธีพระบรมศพเข้ารับบริการ 7,682 คน ร้อยละ 99 ขอรับยาดม แอมโมเนีย วัดความดันโลหิต ตรวจระดับน้ำตาลในเลือด ทำแผล รับยา ที่เหลือเป็นการเจ็บป่วยเล็กน้อย เช่น ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ มีผื่นคัน ปวดท้อง ปวดกล้ามเนื้อ ส่วนใหญ่ได้รับการดูแลแล้วอาการดีขึ้น มีส่งต่อโรงพยาบาล 8 คน ด้วยอาการ ความดันโลหิตสูง แน่นหน้าอก หอบเหนื่อย โรคลมชัก ถูกสัตว์กัด เป็นต้นslide8ด้านจิตใจ กรมสุขภาพจิตได้ส่งทีมเยียวยาด้านจิตใจ 8 ทีม เพื่อดูแลจิตใจประชาชน โดยให้บริการปฐมพยาบาลทางใจ 339 คน ตรวจรักษาและให้ยา 4 คน ให้คำปรึกษา/ให้การสนับสนุนทางใจ/ฝึกการหายใจ 54 คน หลังให้คำปรึกษาดูแลทุกคนมีอาการดีขึ้น
2.ในส่วนภูมิภาค มีหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ออกให้บริการทุกจังหวัด ทีมปฏิบัติการฉุกเฉินทางการแพทย์ 928 ทีม ทีมเยียวยาด้านจิตใจ 80 ทีม โดยมีผู้ป่วยโรคทางกายเข้ารับบริการ 18 คน
ทั้งนี้ ประชาชนทุกคนสามารถดูแลสุขภาพจิตตนเองและบุคคลใกล้ชิดได้ในภาวะที่รู้สึกสูญเสียทั่วประเทศพร้อมกันเช่นนี้ ดังนี้ 1.แปลงความโศกเศร้าเป็นพลังกิจกรรม โดยเข้าร่วมกิจกรรมของรัฐ ทุกศาสนา และชุมชนท้องถิ่น ร่วมแสดงความรู้สึกที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ มีส่วนร่วมในการทำสิ่งที่ดีงามทั้งการบริจาคโลหิต บริจาคทรัพย์ จิตอาสา รวมทั้งร่วมสืบสานปณิธานของพระองค์ท่าน เช่น แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียง การจัดการน้ำ โครงการตามพระราชดำริต่างๆ เป็นต้น 2.ดูแลกันและกัน14721533_1222603137800490_6060560315217091661_nโดยเฉพาะในคนใกล้ชิดและผู้ที่อาจจะได้รับความกระทบทางจิตใจสูง เช่น ผู้สูงอายุ หรือเด็กเล็กที่อาจไม่เข้าใจกับปฏิกิริยาการสูญเสีย รวมถึงผู้มีปัญหาด้านสุขภาพจิต  สำหรับผู้ที่รู้สึกเสียใจมาก ร้องไห้ตลอดเวลา เครียดมาก นอนไม่หลับ เป็นต้น ขอรับคำปรึกษาได้ที่สายด่วนกรมสุขภาพจิต 1323 ตลอด 24 ชั่วโมง ฟรี หรือปรึกษาสถานพยาบาลใกล้บ้าน

ทั้งนี้ โครงการหน่วยแพทย์อาสาร่วมใจ ครั้งที่ ๕ จึงกำเนิดขึ้นจากการประชุมอย่างรวดเร็วในเวลา ๑๒ ชั่วโมง ร่วมมือกันทั้ง ๕ รุ่น ปธพ. เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ โดย ศ.นพ.เกษม วัฒนชัย ประธาน มูลนิธิธรรมาภิบาลทางการแพทย์ เป็นประธาน ร่วมกับ แพทยสภา และ นักศึกษาหลักสูตร ปธพ.รุ่นที่ ๑-๕

ที่มา>>>ข่าวสด

แห่แชร์คลิป ศิลปินเกาหลี วาดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ “ในหลวง” ได้อย่างงดงาม

วันที่ 16 ต.ค. ในเพจเฟซบุ๊ก 드로우홀릭 drawholic @drawholic.page ได้โพสต์วิดีโอวาดภาพพระบรมฉายาลักษณ์ของ “ในหลวง” คาดว่าน่าจะเป็นผลงานของศิลปินเกาหลี ซึ่งมีผู้เข้าชมถึงกว่า 1 ล้านครั้ง และแชร์ออกไปกว่า 2.4 หมื่นแชร์ โดยในคลิปวิดีโอเป็นการวาดลงสีไม้ ซึ่งภาพดังกล่าวศิลปินได้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างงดงาม พร้อมกับมีผู้เข้าไปคอมเมนต์ส่วนใหญ่จะเป็นคนไทย และได้กล่าวขอบคุณศิลปินคนดังกล่าวที่วาดภาพของ “ในหลวง” ออกมาได้อย่างงดงาม

ที่มา>>>ข่าวสด

พระบรมฯ เสด็จหน้าพระโกศพระบรมศพ ระหว่างพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล (ภาพชุด)

ต่อมาเวลา 17.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ออกจากพระที่นั่งราชกรัณยสภา ไปยังพระที่นั่งพิมานรัตยา เสด็จฯ ขึ้นทางบันไดพระที่นั่งพิมานรัตยา  ซึ่งพระบรมศพบรรทมอยู่บนพระแท่น จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยสำหรับพระบรมศพบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย กราบถวายบังคมพระบรมศพ ทรงรับขวดน้ำพระสุคนธ์จากเจ้าพนักงาน ถวายสรงที่พระบาทพระบรมศพ  กราบถวายบังคมพระบรมศพ

จากนั้นทรงรับหม้อน้ำพระสุคนธ์ โถน้ำขมิ้นและโถน้ำอบไทยจากเจ้าพนักงานสนมพลเรือน ถวายสรงที่พระบาทพระบรมศพ จากนั้นทรงหวีเส้นพระเจ้าขึ้นครั้งหนึ่ง หวีลงอีกครั้งหนึ่ง แล้วหวีขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วหักพระสางนั้น วางไว้ในพานซึ่งเจ้าพนักงานเชิญอยู่14657762_10210390072366453_510593819_nทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์เชิญพระหีบพระบรมศพมาเทียบที่พระแท่นบรรทมพระบรมศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี และทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ประทับทอดพระเนตรการย้ายพระบรมศพลงพระหีบ

เจ้าพนักงานถวายซองพระศรี บรรจุดอกบัวและธูปเทียน ทรงวางซองพระศรี บรรจุดอกบัวและธูปเทียน แล้วพระราชทานคืนเจ้าพนักงาน ทรงรับและทรงวาง แผ่นทองคำจำหลักลายปิดพระพักตร์ แล้วพระราชทานคืนเจ้าพนักงาน ทรงรับพระชฎาห้ายอด ทรงวางข้างพระเศียรแล้วพระราชทานคืนเจ้าพนักงาน จากนั้นทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ 10 นาย เชิญพระหีบพระบรมศพ มีตำรวจหลวงนำ 4 นาย ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระบรมวงศานุวงศ์ เสด็จตามพระบรมศพ ประทับยืนที่หน้าพระราชอาสน์14694818_10210390072326452_677290705_nก่อนเสด็จฯ ไปทรงวางพวงมาลาที่หน้าพระโกศพระบรมศพ จากนั้นทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และเครื่องราชสักการะ กราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการ บูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร ทรงกราบ ประทับพระราชอาสน์

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร 10 ไตร  ทรงหลั่งทักษิโณทก เสด็จฯ ไปทรงทอดผ้าไตร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จฯ ไปทรงกราบพระพุทธที่หน้าเครื่องนมัสการหน้าพระแท่นเศวตฉัตร14642751_10210390127087821_227301077_nจากนั้นเสด็จฯ ไปที่หน้าพระบรมโกศพระบรมศพ ทรงกราบ ทรงรับการถวายการเคารพของผู้มาเฝ้าฯ เสด็จฯ ผ่านแถวข้าราชการ ผู้มาเฝ้าฯ ไปที่พระแท่นเตียงพระพิธีธรรม ด้านตะวันออกและด้านตะวันตก ณ มุขหน้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียน เครื่องบูชากระบะมุขที่หน้าเตียงพระสวดพระอภิธรรม เสด็จออกจากพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทลงทางบันไดมุขกระสันทางทิศเหนือ ไปประทับรถยนต์พระที่นั่งที่ประตูกำแพงแก้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต14642971_10210390126567808_61879160_n

ที่มา>>>ข่าวสด

ถนนทุกสายมุ่งหน้า พิธีเคลื่อนพระบรมศพ ประชาชน ดารา นักแสดง แน่น

 ประชาชนทั้งชาวไทยชาวต่างชาติ รวมถึงดารา-นักแสดง คนบันเทิง ยังคงเดินทางมาปักหลักเฝ้ารอตามสองฟากฝั่งถนน ในเส้นทางขบวนเคลื่อนพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ซึ่งจะเคลื่อนจากโรงพยาบาลศิริราช มายังพระบรมมหาราชวัง โดยทุกคนต่างพร้อมใจแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์ เพื่อน้อมเกล้าฯ ส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย ด้วยความอาลัยอย่างหาทื่สุดมิได้ โดยพบว่า มีดารานักแสดงที่ได้โพสต์ภาพ อาทิ เบลล่า ราณี , มิกค์ ทองระย้า , กอล์ฟ เบญจพล , ธงธง มกจ๊ก , แอ้ม ศิรประภา , แทค ภรัณยู , ต้นหอม ศุกณตลา , รัศมีแข ฟ้าเกื้อล้น , ครีม เปรมสิณี , ตูมตาม เดอะสตาร์ , เปรี้ยว เอเอฟ ฯลฯ

14699957_10210387740268152_869420016_n14686494_10210387739628136_1342067153_n14657805_10210387740228151_2128865845_n14642722_10210387740068147_1506975157_n14741717_10210387739588135_1695944499_ns__2416693

ที่มา>>>ข่าวสด

ประชาชนปักหลักจับจองพื้นที่ ร.พ.ศิริราช เฝ้ารอพิธีเคลื่อนขบวนพระบรมศพ

เมื่อเวลา 01.30 น. วันที่ 14 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศโดยรอบโรงพยาบาลศิริราช ได้มีพสกนิกรชาวไทยแต่งกายชุดดำทยอยเดินทางเข้ามาจับจองพื้นที่บริเวณฟุตปาธ ฝั่งประตู 8 โรงพยาบาลศิริราช สำหรับเฝ้ารอการเคลื่อนพระบรมศพในช่วงบ่ายวันนี้s__2416663โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ทหาร รวมทั้งอาสาสมัครได้มีการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวก นำรั้วแผงเหล็กมาปิดกั้นบริเวณแยกดังกล่าว เพื่อไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปยังด้านในโรงพยาบาล นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จาก กทม. นำรถน้ำมาฉีดเพื่อทำความสะอาดพื้นผิวถนนโดยรอบ อีกทั้งมีบรรดาอาสาสมัครนำผ้าสีขาว-สีดำมาติดตามเส้นทางเคลื่อนขบวนอีกด้วย
s__2416653ขณะที่น.ส.วราภรณ์ จักรคำ อายุ 32 ปี พนักงานบริษัทเอกชน กล่าวว่า หลังจากได้ฟังคำแถลงการณ์จากสำนักพระราชวัง ตนจึงชักชวนญาติพี่น้องอีก 3 คน เดินทางยัง กทม. เพื่อจะมารอการเคลื่อนขบวนบริเวณใกล้แยกอรุณอัมรินทร์ ซึ่งคืนนี้จะนอนปักหลักจับจองพื้นที่รอตลอดทั้งคืน ก่อนจะเดินทางกลับภูมิลำเนาอีก 2 วันs__2416646s__2416644s__2416648

ที่มา>>>ข่าวสด

ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์ พระราชประวัติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่9

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี เสด็จสู่พระราชสมบัติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2489 ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ผู้เสวยราชย์นานที่สุดในโลกขณะทรงมีพระชนมชีพอยู่ และยาวนานที่สุดในประเทศไทย รวมเวลา 70 ปี ทรงเป็นที่รักยิ่งและเทิดทูนของประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ

9

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2470 ในราชสกุลมหิดลอันเป็นสายหนึ่งในราชวงศ์จักรี ณ โรงพยาบาลเมาต์ออเบิร์น เมืองเคมบริดจ์ รัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เมื่อวันจันทร์ เดือนอ้าย ขึ้น 12 ค่ำ ปีเถาะ นพศก จุลศักราช 1289 ตรงกับวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2470

10

เหตุที่พระราชสมภพในสหรัฐอเมริกา เนื่องจากพระบรมราชชนกและพระบรมราชชนนีกำลังทรงศึกษาวิชาการอยู่ที่นั่น

13

ทรงเป็นพระโอรสองค์ที่สามในสมเด็จเจ้าฟ้ามหิดลอดุลเดช กรมหลวงสงขลานครินทร์ (สมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ในกาลต่อมา) และหม่อมสังวาลย์ มหิดล ณ อยุธยา (สกุลเดิม ตะละภัฏ, สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในกาลต่อมา)

14

มีพระนามเมื่อแรกประสูติอันปรากฏในสูติบัตรว่า เบบี สงขลา (อังกฤษ: Baby Songkla) ต่อมาคือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าภูมิพลอดุลเดช เมื่อได้รับพระราชทานนาม มีพระเชษฐภคินีและสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช 2 พระองค์ คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ และพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล ซึ่งสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ทรงออกพระนามเรียกพระองค์ว่า เล็กŽ

8

พระนามภูมิพล ภูมิ หมายความว่า แผ่นดินŽ และ พล หมายความว่า พลังŽ รวมกันแล้วหมายถึง พลังแห่งแผ่นดินŽ อดุลยเดช – อดุลย หมายความว่า ไม่อาจเทียบได้Ž และ เดช หมายความว่า อำนาจŽ รวมกันแล้วหมายถึง อำนาจที่ไม่อาจเทียบได้Ž

7
เมื่อพ.ศ.2471 เสด็จกลับสู่ประเทศไทยพร้อมพระบรมราชชนก ทรงสำเร็จการศึกษาปริญญาแพทยศาสตรบัณฑิตเกียรตินิยมจากมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด สหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยสมเด็จพระบรมราชชนนี สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ และสมเด็จพระเชษฐาธิราช โดยประทับ ณ วังสระปทุม ต่อมาวันที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2472 สมเด็จพระบรมราชชนกสวรรคต ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมีพระชนมายุไม่ถึงสองพรรษา

4

การศึกษา เมื่อเจริญพระชนมายุได้ 4 พรรษา เสด็จเข้าศึกษาที่โรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยจนถึงเดือนพฤษภาคม 2476 จึงเสด็จพระราชดำเนินไปประทับ ณ เมืองโลซาน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พร้อมด้วยพระบรมราชชนนี พระเชษฐภคินี และสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เพื่อการศึกษาและพระพลานามัยของสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช

17

จากนั้นทรงเข้าศึกษาต่อชั้นประถมศึกษา ณ โรงเรียนเมียร์มองต์ เมืองโลซาน ในเดือนกันยายน พ.ศ.2477 ทรงศึกษาวิชาภาษาฝรั่งเศส ภาษาเยอรมัน และภาษาอังกฤษ แล้วทรงเข้าชั้นมัธยมศึกษา ณ โรงเรียนแห่งใหม่ของซืออีสโรมองด์Ž เมืองแชลลี-ซูร์-โลซาน

19

เมื่อพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอานันทมหิดล สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติเป็นพระมหากษัตริย์รัชกาลที่ 8 แห่งราชวงศ์จักรี พระองค์ได้รับการสถาปนาฐานันดรศักดิ์เป็น สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลเดชŽ เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม พ.ศ.2478

12

เดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2481 ได้โดยเสด็จ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดลเสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นเวลา 2 เดือน โดยประทับที่พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน พระราชวังดุสิต จากนั้นเสด็จฯกลับไปศึกษาต่อที่สวิตเซอร์แลนด์จนถึง พ.ศ. 2488 ทรงรับประกาศนียบัตรทางอักษรศาสตร์ จากโรงเรียนยิมนาส คลาซีค กังโตนาล แล้วทรงเข้าศึกษาต่อ ณ มหาวิทยาลัยโลซาน แผนกวิทยาศาสตร์ โดยเสด็จนิวัตประเทศไทยเป็นครั้งที่สอง ประทับ ณ พระที่นั่งบรมพิมาน ในพระบรมมหาราชวัง

20

ครั้นเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล เสด็จสวรรคตด้วยพระแสงปืน คณะรัฐมนตรีมีมติให้กราบบังคมทูลอัญเชิญ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภูมิพลอดุลยเดช เสด็จขึ้นครองราชสมบัติขึ้นเป็นพระมหากษัตริย์องค์ที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงมีพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรามาธิบดีจักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตรŽ

16

ในขณะนั้นมีพระชนมายุเพียง 19 พรรษา ยังไม่บรรลุนิติภาวะ คณะรัฐมนตรีจึงแต่งตั้งคณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ขึ้น ซึ่งประกอบไปด้วย พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนารทนเรนทร และพระยามานวราชเทวี เพื่อทำหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินจนกว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช จะทรงบรรลุนิติภาวะ ทั้งยังทรงมีภารกิจในการศึกษาต่อ เสด็จฯกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2489 และเข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยโลซานน์ ในสาขาวิชารัฐศาสตร์แทนสาขาวิศวกรรมศาสตร์ เนื่องด้วยทรงคำนึงถึงพระราชภารกิจในการปกครองประเทศเป็นสำคัญ

11

ระหว่างที่ประทับอยู่ต่างประเทศนั้น ทรงหมั้นกับหม่อมราชวงศ์สิริกิติ์ กิติยากร ธิดาในพระวรวงศ์เธอ-กรมหมื่นจันทบุรีสุรนาถ และหม่อมหลวงบัว กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม พ.ศ.2492 และจัดพระราชพิธีอภิเษกสมรสขึ้นในปี พ.ศ.2493 และสถาปนาขึ้นเป็น สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินี

3

ทรงเข้าพิธีพระบรมราชาภิเษกในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2493 ณ พระที่นั่งไพศาลทักษิณในพระบรมมหาราชวัง ภายหลังจากพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษกแล้ว เสด็จพระราชดำเนินกลับประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เพื่อทำการรักษาพระสุขภาพอันเนื่องมาจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ ตามคำแนะนำของแพทย์ชาวสวิตเซอร์แลนด์ และทรงนิวัตกลับประเทศไทยในปี พ.ศ.2494

2

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ มีพระโอรสและพระราชธิดารวม 4 พระองค์ ได้แก่ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี

1

พระองค์ทรงได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า สมเด็จพระภัทรมหาราชŽ หมายความว่า พระมหากษัตริย์ผู้ประเสริฐยิ่งŽ ต่อมาในปี 2539 มีการถวายใหม่ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราชŽ และ พระภูมิพลมหาราชŽ ประชาชนทั่วไปเรียกพระองค์ว่า ในหลวงŽ ซึ่งคาดว่าย่อมาจาก ใน (พระบรมมหาราชวัง) หลวง หรืออาจออกเสียงเพี้ยนมาจากคำว่า นายหลวงŽ ซึ่งแปลว่าเจ้านายผู้เป็นใหญ่

00

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นพุทธมามกะ ทรงออกผนวช ทรงโปรดให้มีการสังคายนาพระไตรปิฎก ทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ทรงเกื้อกูลค้ำจุนทุกศาสนาอย่างเสมอภาค ทรงจัดตั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริกว่า 4,000 โครงการ อาทิ

This handout picture taken 05 December 2006 shows Thai King Bhumibol Adulyadej sitting during his 79th birthday at the Palace in Bangkok. Thai King Bhumibol Adulyadej's praise for the post-coup government in his annual speech to the nation could help boost its sagging popularity with anti-putsch protests looming, analysts say. RESTRICTED TO EDITORIAL USE AFP PHOTO/ROYAL BUREAU/HO

โครงการฝนหลวง ด้วยสายพระเนตรที่ยาวไกล และพระอัจฉริยภาพของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ ที่ช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของพสกนิกรในท้องถิ่นทุรกันดาร ที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และเพื่อการเกษตรกรรม อันเนื่องมาจากภาวะความแห้งแล้ง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าจัดตั้ง โครงการฝนหลวง เพื่อช่วยเหลือประชาชนในท้องถิ่นที่ห่างไกล

%e0%b9%80%e0%b8%98-%e0%b9%80%e0%b8%99%c2%89%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%8d%e0%b9%80%e0%b8%98%c2%87%e0%b9%80%e0%b8%98%c2%9e%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%83%e0%b9%80%e0%b8%98%e0%b8%90%e0%b9%80%e0%b8%99

โครงการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ได้พัฒนาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อที่จะให้พสกนิกรชาวไทยได้เข้าถึงทางสายกลางของชีวิตและเพื่อคงไว้ซึ่งทฤษฏีของการพัฒนาที่ยั่งยืน ทฤษฎีนี้เป็นพื้นฐานของการดำรงชีวิตซึ่งอยู่ระหว่าง สังคมระดับท้องถิ่นและตลอดระดับสากล จุดเด่นของแนวปรัชญานี้คือ แนวทางที่สมดุล โดยชาติสามารถทันสมัย และก้าวสู่ความเป็นสากลได้ โดยปราศจากการต่อต้านกระแสโลกาภิวัตน์ และการอยู่รวมกันของทุกคนในสังคม

img_9270

โครงการศูนย์การศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการส่งเสริมความรู้ในเรื่องการทำการเกษตรอย่างมีหลักวิชาและใช้เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ ซึ่งจะช่วยให้ราษฎรมีความสามารถในการผลิต พระองค์ทรงเน้นถึงความจำเป็นที่จะต้องมีการเผยแพร่ความรู้การทำการเกษตรอย่างมีหลักวิชา ตลอดจนการใช้เทคโนโลยีการเกษตรสมัยใหม่ไปสู่เกษตรกรด้วยวิธีการที่เข้าใจได้ง่าย และสามารถนำไปปฏิบัติที่เป็นจริงได้ จึงพระราชทานพระราชดำริให้ดำเนินการจัดตั้ง “ศูนย์ศึกษาการพัฒนา” ขึ้นในทุกภูมิภาค เพื่อเป็นศูนย์รวมของการศึกษาค้นคว้าในด้านการพัฒนาแขนงต่าง ๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ราษฎรในการทำการเกษตรอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง

โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงสนพระราชหฤทัยในการพัฒนาแหล่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกและการชลประทานเนื่องจากปัญหาเรื่องปริมาณน้ำไม่เพียงพอกับความต้องการของพืช ส่งผลให้พืชที่เพาะปลูกไม่ให้ผลผลิตดีเท่าที่ควร โครงการพัฒนาแหล่งน้ำจึงเป็นการเข้าไปช่วยเหลือผู้ที่เสียประโยชน์และจัดให้ทางราชการสามารถเข้าไปพัฒนาที่ดินและแหล่งน้ำโดยไม่ต้อง จัดซื้อ โดยพระราโชบายที่จะให้ประชาชนมีความรัก ความหวงแหน ดูแลรักษาสิ่งที่มีประโยชน์แก่พวกเขาเอง

ในหลวง

โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริด้านการประมง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้กรมประมงเริ่มรณรงค์ส่งเสริมการเลี้ยงปลา ในบ่อแก่ประชาชน ซึ่งถือเป็นโครงการส่งเสริมครั้งแรกของกรมประมง ซึ่งนับว่าเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำของไทยทำให้ประชาชนคนไทยได้เรียนรู้ และสนใจการเลี้ยงปลาขึ้นอย่างกว้างขวางทั่วประเทศ หลังจากพระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ดำเนินกิจกรรมด้านการส่งเสริม การสาธิตเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ส่งเสริมให้ราษฎรรู้จักการอนุรักษ์ การจัดการ และการพัฒนาการประมงในแหล่งน้ำในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

โครงการธนาคารโค-กระบือ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรผู้ยากจนได้มีโอกาสมีโค-กระบือไว้ใช้แรงงานเป็นของตนเอง โดยการเช่าซื้อหรือวิธีการอื่นใด ในราคาที่ถูกจากส่วนราชการ องค์กร หรือเอกชน จึงทรงมีพระราชดำริดังนั้น กรมปศุสัตว์จึงได้ดำเนินการจัดทำโครงการดังกล่าว เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศได้มีโค-กระบือไว้ใช้แรงงาน และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตร เป็นการช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้น

โครงการศูนย์การศึกษาพิกุลทอง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริให้ศูนย์ศึกษาฯ แห่งนี้ ศึกษาการปลูกยางพารา การพัฒนาการทำสวนยางตามหลักวิชาการ และศึกษาพัฒนาอุตสาหกรรมยางธรรมชาติครบวงจร เพื่อทำให้ผลผลิตมีมูลค่าเพิ่มขึ้นและเป็นประโยชน์ในทางอุตสาหกรรม โดยมีการจัดสร้างโรงงานผลิตภัณฑ์ยางขนาดเล็ก และโรงงานแปรรูปยางขึ้น ณ ศูนย์ศึกษาฯ แห่งนี้

โครงการศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์การศึกษาเขาหินซ้อน ได้ดำเนินการตามแนวพระราชดำริ เพื่อเป็นแหล่งรวบรวมการศึกษา ทดลอง วิจัย และการพัฒนาปรับปรุงพื้นที่ดินทรายจัดเพื่อเกษตรกรรม ซึ่งมีรูปแบบการให้บริการแบบเบ็ดเสร็จ ณ จุดเดียว โดยให้บริการแก่ประชาชนและเกษตรกรที่เข้ามาศึกษาหาความรู้ ณ ที่แห่งเดียวในทุกสาขาวิชาชีพ

นอกจากนี้ ยังเสด็จฯเยี่ยมราษฎรในถิ่นทุรกันดาร โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สำคัญที่สุดจนทำให้พระองค์ทรงเป็นที่สรรเสริญในประเทศไทยและทั่วโลก

ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พระองค์ทรงเป็นประมุขแห่งรัฐ จอมทัพไทย และอัครศาสนูปถัมภก ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่อยู่เหนือการเมือง แต่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ แต่จะตรัสถึงการเมืองเล็กน้อยในบางโอกาส ทรงมีบทบาททางการเมืองอยู่บ้าง เห็นได้จากทรงมีพระบรมราชโองการเรียกพลเอก สุจินดา คราประยูร และหัวหน้ากลุ่มผู้ประท้วงเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตยเข้าเฝ้าฯ นำไปสู่การคลี่คลายในเหตุการณ์เดือนพฤษภาคม พ.ศ.2535

ทรงมีพระปรีชาสามารถในศาสตร์หลายด้าน ทั้งการดนตรี กีฬา การถ่ายภาพ แผนที่ภูมิศาสตร์ การพักผ่อนที่สนพระราชหฤทัยคือการเสด็จฯไปประทับ ณ วังไกลกังวล และสุนัขทรงเลี้ยง ที่เป็นที่รู้จักมากที่สุดคือคุณทองแดง สุนัขพันธุ์ไทยซูเปอร์บาเซนจิ

พระองค์ทรงเป็นที่สรรเสริญในประเทศไทยเกี่ยวกับพระราชดำริในเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ ทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุดด้านการพัฒนามนุษย์แด่พระองค์ กับทั้งพระองค์ยังทรงเป็นเจ้าของสิทธิบัตรสิ่งประดิษฐ์ กังหันน้ำชัยพัฒนา งานพระราชนิพนธ์ และงานดนตรีจำนวนมาก ทรงอุทิศพระราชทรัพย์ไปในโครงการพัฒนาประเทศไทยหลายต่อหลายโครงการ โดยเฉพาะในทางเกษตรกรรม สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข การส่งเสริมอาชีพ ทรัพยากรน้ำ สวัสดิการทางคมนาคม และสวัสดิการสาธารณะ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงจัดตั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริจำนวนมาก ตัวอย่างโครงการที่สำคัญ เช่น มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการพัฒนาอื่นๆ เพื่อช่วยเหลือประชาชนในด้านเศรษฐกิจและสังคมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถพึ่งพาตนเองได้, มูลนิธิโครงการหลวง เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชเมืองหนาวแก่ชาวเขา เพื่อเป็นการหารายได้ทดแทนการปลูกฝิ่น,

โครงการส่วนพระองค์สวนจิตรลดา เพื่อศึกษา ทดลองและวิจัยหาวิธีแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานทางด้านการเกษตรต่างๆ, โครงการแก้มลิง เพื่อแก้ปัญหาอุทกภัย หลังเกิดอุทกภัยในประเทศไทย พ.ศ. 2538 โดยให้จัดหาสถานที่เก็บกักน้ำตามจุดต่างๆ ในกรุงเทพมหานคร เพื่อรองรับน้ำฝนไว้ชั่วคราว, โครงการฝนหลวง, โครงการสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชน, โครงการแกล้งดิน, กังหันชัยพัฒนา

ในด้านการต่างประเทศ ทรงสร้างความสัมพันธ์กับนานาประเทศด้วยดีเสมอมา ตลอดระยะเวลาของการขึ้นครองราชย์ ระหว่างปี 2502-2510 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศต่างๆ ทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา รวม 27 ประเทศ เพื่อเป็นการเจริญพระราชไมตรีกับบรรดามิตรประเทศเหล่านั้นให้มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเพื่อนำความปรารถนาดีของประชาชนชาวไทยไปมอบให้กับประชาชนในประเทศต่างๆ
จากนั้นในเดือนมีนาคม 2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศลาว พร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ซึ่งนับเป็นการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศอีกครั้ง หลังจากที่ว่างเว้นมาเป็นเวลานานกว่า 30 ปี

ตลอดช่วงเวลาทรงงาน ทรงต้อนรับราชอาคันตุกะจากประเทศต่างๆ ที่เดินทางมาเยือนประเทศไทย รวมถึงพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ปีพ.ศ.2549 ที่มีพระราชอาคันตุกะเป็นพระประมุขจากนานาประเทศ 25 ประเทศ

ขณะเดียวกันทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระบรมราชวโรกาส ให้บรรดาทูตานุทูตเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสาส์นตราตั้งในการเข้ามารับตำแหน่งในประเทศไทย และถวายบังคมทูลลาเมื่อครบวาระ อีกทั้งมีทั้งพระราชสาส์นแสดงความยินดี และพระราชสาส์นแสดงความเสียใจ ในโอกาสต่างๆ ที่เกิดขึ้น นับเป็นการสร้างและกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ
อย่างเมื่อไม่นานมานี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลงผู้นำของประเทศมหาอำนาจอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา คือการแต่งตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ ดังนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จึงทรงตระหนักและเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

เมื่อวันที่ 20 มกราคม พ.ศ 2552 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชสาส์นถึงนายบารัก ฮุสเซน โอบามา ที่กำลังจะเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกาคนที่ 44 โดยมีข้อความว่า
ในโอกาสที่ท่านเข้าดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา ข้าพเจ้ามีความยินดีขอส่งคำอวยพรและความปรารถนาดีอย่างจริงใจมา เพื่อท่านประธานาธิบดีประสบความสำเร็จและความสุขสวัสดิ์ ทั้งเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประชาชน และความรุ่งเรืองไพบูลย์ยิ่งขึ้นของสหรัฐอเมริกา ข้าพเจ้าเชื่อมั่นว่า ความสัมพันธ์ฉันมิตรและความร่วมมืออันใกล้ชิดระหว่างประเทศและประชาชนของเราทั้งสองจะกระชับแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นต่อไปในภายภาคหน้าŽ

ในด้านพระพลานามัย นับตั้งแต่เดือนกันยายน 2552 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเริ่มประชวร พระองค์แปรพระราชฐานจากพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน ไปโรงพยาบาลศิริราช อันเนื่องมาจากพระโรคไข้หวัดและพระปัปผาสะอักเสบในเดือนตุลาคม

วันที่ 20 กันยายน 2552 สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 1 ความว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระปรอท (เป็นไข้) และมีพระอาการอ่อนเพลีย ตลอดจนเสวยพระกระยาหารได้น้อยลง คณะแพทย์จึงได้กราบบังคมทูลเชิญเสด็จพระราชดำเนินมาเพื่อตรวจหาสาเหตุ พร้อมกับถวายการรักษาด้วยน้ำเกลือทางหลอดพระโลหิต ร่วมกับยาปฏิชีวนะ พระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ โดยสำนักพระราชวังได้ออกแถลงการณ์อย่างต่อเนื่องถึง 34 ฉบับ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี ทรงเล่าถึงพระอาการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ว่า พระอาการดีขึ้นมาก ทรงไม่มีไข้ ทรงทำกายภาพบำบัด ทรงสามารถลุกยืน และทรงเดินได้โดยใช้เครื่องประคอง คือ วอล์กเกอร์ ทรงหัดเดินทุกวัน คิดว่าอีกไม่นาน พระองค์จะทรงแข็งแรงเหมือนเดิม และเสด็จฯ กลับพระตำหนักได้

วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554 สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 36 ว่าทรงมีภาวะน้ำไขสันหลังในพระโพรงพระสมองมากกว่าปกติ คณะแพทย์กำหนดการถวายการรักษาในคืนวันนี้ ส่วนผลการตรวจต่างๆ ในระบบอื่นอยู่ในเกณฑ์ปกติ และพระอาการทั่วไปดี

วันที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จากที่ประทับชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ประทับรถยนต์พระที่นั่ง แปรพระราชฐานไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ นพ.อุดม คชินทร แถลงว่า ขณะนี้ทั้งสองพระองค์ทรงมีพระพลานามัยดีมาก ทำให้ทรงมีพระราชดำริอยากไปประทับที่วังไกลกังวล เพื่อเปลี่ยนพระอิริยาบถ

วันที่ 6 สิงหาคม พ.ศ.2557 เวลา 18.15 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ โดยรถยนต์พระที่นั่งจากวังไกลกังวล จ.ประจวบคีรีขันธ์ เสด็จพระราชดำเนินมายังโรงพยาบาลศิริราช เพื่อพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้คณะแพทย์ตรวจพระวรกายตามคำกราบบังคมทูลของคณะแพทย์ผู้ถวายการรักษา การนี้ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยเสด็จด้วย กระทั่งเวลา 20.42 น. รถยนต์พระที่นั่งถึงยังโรงพยาบาลศิริราช คณะแพทย์พบว่า อุณหภูมิพระวรกาย การหายพระหทัย ความดันพระโลหิต เป็นปกติ เช่นเดียวกับพระอุระ พระปัปผาสะ (ปอด) และภาวการณ์ทำงานของพระหทัยอยู่ในเกณฑ์ปกติ วันที่ 14 กันยายน พ.ศ.2557 สำนักพระราชวังได้แจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับ ณ วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

วันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2557 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯประทับรถตู้พระที่นั่ง จากที่ประทับ ณ วังไกลกังวล กลับเข้าสู่โรงพยาบาลศิริราช อีกครั้ง เบื้องต้นพระองค์ทรงมีพระปรอท (ไข้) คณะแพทย์ถวายการรักษาดูแลใกล้ชิด
ภายหลังคณะแพทย์ถวายการรักษาใกล้ชิด พระอาการดีขึ้นเป็นลำดับ วันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 สำนักพระราชวังแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จพระราชดำเนินกลับไปประทับ ณ พระตำหนักเปี่ยมสุข วังไกลกังวล อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อเปลี่ยนพระราชอิริยาบถ และเพื่อฟื้นฟูพระวรกายในพื้นที่อากาศบริสุทธิ์

วันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2558 สำนักพระราชวังแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จะเสด็จพระราชดำเนินมาประทับ ณ ชั้น 16 อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตามคำกราบบังคมทูลเชิญเพื่อมาตรวจพระวรกายของคณะแพทย์ ผลการตรวจพบว่าพระโลหิต อุณหภูมิพระวรกาย ความดันพระโลหิตพระหทัย และระบบการหายพระทัยเป็นปกติ
กระทั่งในเดือนสิงหาคม – กันยายน ปี พ.ศ. 2559 สำนักพระราชวังแจ้งว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระอาการพระปัปผาสะ (ปอด) อักเสบ หายพระทัยเร็ว มีพระเสมหะมาก มีน้ำคั่งในช่องเยื่อหุ้มพระปัปผาสะ (ปอด) ปริมาณพระบังคนเบา (ปัสสาวะ) น้อย คณะแพทย์ฯ ถวายการรักษาด้วยวิธี CRRT พระโอสถปฏิชีวนะ และเฝ้าติดตามการทำงานของพระวักกะ (ไต) อย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2559 สำนักพระราชวังออกแถลงการณ์เรื่อง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จฯ มาประทับ ณ โรงพยาบาลศิริราช ฉบับที่ 37 ว่า คณะแพทย์ผู้ถวายรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้รายงานว่า ในวันที่ 8 ตุลาคม 2559 คณะแพทย์ฯ ได้ขอพระราชทานถวายใส่สายสวนเข้าหลอดพระโลหิตดำ เพื่อเตรียมการสำหรับการฟอกพระโลหิต (Hemodialysis) ระยะยาว และเปลี่ยนสายระบายน้ำไขสันหลังในโพรงพระสมองบริเวณบั้นพระองค์ (เอว) ตั้งแต่เวลา 14 นาฬิกาถึง 16 นาฬิกา 40 นาที ปรากฏภายหลังว่า มีความดันพระโลหิตลดต่ำลงเป็นครั้งคราว คณะแพทย์ฯ จึงได้ถวายพระโอสถ และได้ใช้เครื่องช่วยหายพระทัย (Ventilator) เพื่อทำให้ความดันพระโลหิตกลับสู่ระดับปรกติ จนกระทั่งเวลา 3 นาฬิกา วันนี้ มีพระชีพจรเร็วขึ้น ความดันพระโลหิตลดลง ผลการตรวจพระโลหิต พบว่าพระโลหิตมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้น ผลการตรวจพระหทัยด้วยคลื่นเสียงสะท้อน (Echocardiography) พบว่ามีปริมาณพระโลหิตที่เข้าสู่พระหทัยด้านซ้ายช่องล่างลดลงมาก อันเป็นผลจากการที่มีความดันพระโลหิตในพระปัปผาสะ (ปอด) สูง คณะแพทย์ฯ ได้ถวายพระโอสถขยายหลอดพระโลหิตในพระปัปผาสะ (ปอด) เมื่อเวลา 15 นาฬิกา ทำให้พระชีพจรเริ่มลดลง และความดันพระโลหิตดีขึ้น คณะแพทย์ฯ ได้เฝ้าติดตามพระอาการและถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากพระอาการประชวรโดยรวมยังไม่คงที่ และได้กราบบังคมทูลขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้งดพระราชกิจ

ต่อมา ในแถลงการณ์ฉบับที่ 38 เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม ความว่า วันนี้ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้รายงานว่า เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 ความดันพระโลหิตลดต่ำลงอีก พระชีพจรเร็วขึ้น ร่วมกับภาวะพระโลหิตมีความเป็นกรดเพิ่มขึ้นอีก ผลของการถวายตรวจพระโลหิตบ่งชี้ว่า มีภาวะการติดเชื้อและการทำงานของพระยกนะ (ตับ) ผิดปรกติ คณะแพทย์ฯ ได้ถวายพระโอสถปฏิชีวนะและแก้ไขภาวะพระโลหิตมีความเป็นกรด ตลอดจนถวายพระโอสถควบคุมความดันพระโลหิตเพิ่มขึ้น พร้อมทั้งถวายเครื่องช่วยหายพระทัย (Ventilator) และถวายการรักษาด้วยวิธีทดแทนไต (CRRT) พระอาการประชวรโดยรวมยังไม่คงที่ ต้องควบคุมด้วยพระโอสถ คณะแพทย์ฯ ได้เฝ้าติดตามพระอาการและถวายการรักษาอย่างใกล้ชิด จึงประกาศมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน

จากนั้น วันที่ 13 ต.ค. สำนักพระราชวังออกประกาศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร สวรรคต ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปประทับรักษาพระอาการประชวร ณ โรงพยาบาลศิริราช ตั้งแต่วันศุกร์ที่ 3 ตุลาคม พ.ศ.2557 ตามที่สำนักพระราชวังได้แถลงให้ทราบเป็นระยะแล้วนั้น

แม้คณะแพทย์ได้ถวายการรักษาอย่างใกล้ชิดจนสุดความสามารถ แต่พระอาการประชวรหาคลายไม่ ได้ทรุดหนักลงตามลำดับ ถึงวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 เวลา 15 นาฬิกา 52 นาที เสด็จสวรรคต ณ โรงพยาบาลศิริราช ด้วยพระอาการสงบ สิริพระชนมพรรษาปีที่ 89 ทรงครองราชสมบัติได้ 70 ปี

ที่มา>>>ข่าวสด

2 สเต็ป แต่งหน้ามีกระ ลุคฝรั่ง อย่าง ชมพู่ อารยา แบ๊วเวอร์

2 สเต็ป แต่งหน้ามีกระ ลุคฝรั่ง อย่าง ชมพู่ อารยา แบ๊วเวอร์

จะสวยเผ็ด สวยแซ่บ หรือสวยแบ๊วในลุคฝรั่งที่มีกระเบาๆ ได้ทุกลุคจริงๆ สำหรับผู้หญิงที่ชื่อ ชมพู่ อารยาแฟชั่นไอคอนของไทย ในลุคกระชากวัยสดใสแบ๊วเวอร์ ที่จริงแล้วลุคนี้ไม่ต้องหน้าฝรั่งก็แต่งได้ อย่าง เต้ย จรินทร์พร และ ออม สุชาร์ ก็เคยแต่งหน้าแบบมีกระเหมือนสาวญี่ปุ่นมากจนสาวๆ กรีดร้อง อย่างจะมีกระแดะ เฮ้ย กระปลอมกันบ้าง

 

เต้ย จรินทร์พร

เต้ย จรินทร์พร

ออม สุชาร์

 เห็นเทรนด์นี้มาแรง ไม่รอช้า รีบไปกระซิบถาม พี่ป้อม วินิจ ช่างแต่งหน้าคู่ใจสาวชม ว่าขั้นตอนการแต่งหน้าสร้างกระปลอมที่ดูเหมือนจริงแบบนี้ ทำได้อย่างไร พี่ป้อมบอกว่า เทคนิคในการแต่งหน้าลุคนี้คือการแต่งหน้าให้ดูธรรมชาติมากที่สุด ทารองพื้นบางๆ แล้วสร้างกระด้วยการใช้ อายแชโดว์สีน้ำตาล ในครั้งนี้พี่ป้อมใช้ของ MAKE UP FOR EVER สีน้ำตาลเข้ม ตามรูปประกอบ

วิธีการทำง่ายๆ แค่ 2 สเต็ป

สเต็ปแรก ใช้แปรงหัวเล็กแบบในภาพทำจุดบนใบหน้าที่ต้องการ 

สเต็ปต่อมา ใช้นิ้วมือค่อยๆ แตะตามจุดที่ลงไป จะได้กระที่ดูเนียนเป็นธรรมชาติแล้วจ้า

อย่าลืมว่าลุคนี้ของสาวชม มีคิ้วที่เรียงสวย ขนตาที่งอนงามแต่ดูไม่หนาเป็นนางโชว์ ส่วนสีปากไม่ต้องทาสีชัด เลือกสีอ่อนๆ แค่นี้ก็ได้ลุคสาวฝรั่งผิวบ่มแดด สาวไทยคนไหนไม่มีกระอยากจะสร้างขึ้นมา ทำตามที่ พี่ป้อม แนะนำ แล้วจะสร้างความแปลกใหม่ให้กับการแต่งหน้าขึ้นมว๊ากกกก พูดเลย

แต่งหน้ามีกระ

แต่งหน้ามีกระ

แต่งหน้ามีกระ

ที่มา:sanook

ชาวบ้านสุดผวา นิมนต์พระจับผีปอบทั่วหมู่บ้าน อึ้งจับได้ถึง 700 ตัว

ผีปอบ ชัยภูมิ
ผีปอบ ชัยภูมิ

          ชาวหนองโมง จ.ชัยภูมิ ผวาหนัก เชื่อผีปอบอาละวาดคนในหมู่บ้านเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ 5 ราย จึงนิมนต์พระทำพิธีไล่จับผีปอบทั่วหมู่บ้าน อึ้งตามจับได้ถึง 700 ตัว

          เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2559 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เกิดเหตุชาวบ้านหนองโมง ม.5 ต.ห้วยต้อน อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ต่างหวาดผวาหนักเชื่อว่าน่าจะมีผีหรือสิ่งไม่ดีเข้ามาอยู่ในหมู่บ้าน หลังจากที่ชาวบ้านหลายคนได้ยินเสียงสุนัขหอนไม่หยุดมาตลอดทั้งคืนและมักจะมีเสียงร้องครวญครางออกมา อีกทั้งยังเห็นดวงไฟลอยคล้ายผีไปทั่วหมู่บ้านตลอดช่วงเกือบเดือนที่ผ่านมา ซึ่งมีรายงานด้วยว่า คนในหมู่บ้านเสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุติดต่อกันมา 5 รายแล้ว

 
ผีปอบ ชัยภูมิ

          จนในที่สุดชาวบ้านต้องรวมตัวกันหาทางแก้เพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้กลับคืนมาโดยเร็ว จึงได้ไปนิมนต์ พระครูโอภาส สิทธิวิมล เจ้าอาวาสวัดชมพู บ้านห้วยหว้า จากตำบลใกล้เคียงที่มีชื่อเสียงในด้านการปราบผี มาทำพิธีจับผีดังกล่าวกลางหมู่บ้าน ด้วยการจับใส่ข้องสานด้วยไม้ไผ่และขวดน้ำพลาสติก ตามความเชื่อของชาวบ้าน

ผีปอบ ชัยภูมิ

          ทั้งนี้พิธีจับปอบเริ่มด้วยการเชิญเสี่ยงข้องเข้าสิงร่างเณร วิ่งถือมีดไล่จับผี ที่ชาวบ้านเชื่อว่ามาอาละวาดในหมู่บ้าน และจับใส่ข้องและขวดน้ำพลาสติก ก่อนนำไปทำพิธีเผาเพื่อส่งให้ไปผุดไปเกิดใหม่ในภพภูมิที่ดี ต่อไปจะได้ไม่มาสร้างความเดือดร้อนให้ใครอีก

ผีปอบ ชัยภูมิ

          ทางเจ้าอาวาส เผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาได้ทำพิธีที่วัด ซึ่งสามารถจับกระสือได้ 3 ตัว กระหัง 1 ตัว และหัวหน้าใหญ่คือ หัวหน้าปอบได้ 7 ตัว ส่วนพิธีกรรมวันนี้ออกมาตามจับที่เหลือเพิ่มให้หมด ซึ่งเป็นแต่ผีปอบลูกน้องปอบใหญ่ได้ถึง 700 ตัว จากนี้ก็จะทำพิธีเผาเพื่อให้ไปเกิดใหม่ทั้งหมด

ผีปอบ ชัยภูมิ

          ด้านผู้ใหญ่บ้านหนองโมง ม.5 กล่าวว่า ในหมู่บ้านมีคนตายติดต่อกันโดยไม่ทราบสาเหตุ 5 ราย และช่วงกลางคืนก็ได้ยินเสียงร้องเหมือนคนเจ็บป่วย ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงได้ประชุมกันและสรุปว่าต้องไปเชิญเจ้าอาวาสวัดดังกล่าวมาช่วยไล่ปอบและไปนิมนต์พระคุณเจ้ามาทำพิธีให้ชาวบ้านสบายใจขึ้นดังกล่าว

ที่มา:kapook

TIME ตีแผ่ความเจ๋ง ม๊าเดี่ยว ดีไซเนอร์เลือดใหม่ผู้เปลี่ยนโลกแฟชั่น

น้องม๊าเดี่ยว

          TIME ตีแผ่เรื่องราวความสามารถสุดเจ๋งของ ม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธรที่โด่งดังบนโลกออนไลน์ และกลายมาเป็นดีไซเนอร์เลือดใหม่ของไทยแล้วตอนนี้

          กลายเป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ดังระเบิดระเบ้อทั่วโลกไปแล้ว สำหรับ ม๊าเดี่ยว อภิเชษฐ์ เอติรัตนะ ผู้แจ้งเกิดบนโลกออนไลน์ด้วยแฟชั่นภูธร ซึ่งนอกจากคอลเลคชั่นแฟชั่นจากบ้านนาของเขาจะถูกนำไปตีแผ่มาครั้งหนึ่งแล้วก่อนหน้านี้ ล่าสุด นิตยสาร TIME ยังได้ตีแผ่เรื่องราวของม๊าเดี่ยว ผ่านสกู๊ปในหมวด Next Generation Leaders อีกด้วย

           นิตยสาร TIME เผยว่า ม๊าเดี่ยวได้เปลี่ยนโลกแห่งแฟชั่นด้วยสไตล์ที่แหวกแนวไม่เหมือนใคร เขาเป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่พิสูจน์ให้โลกรู้ว่าศิลปะอันยิ่งใหญ่สามารถเกิดขึ้นในที่ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้ และนั่นทำให้เขากลายเป็นดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่ไม่มีใครไม่รู้จักเขาแล้วในเวลานี้

          ม๊าเดี่ยวเติบโตในภาคอีสาน เขาได้รับแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์แฟชั่นมาจากนิตยสารแฟชั่นในร้านตัดผมท้องถิ่น จากนั้นก็เริ่มมองหาวัสดุที่มีตามบ้านนามารังสรรค์เป็นเครื่องนุ่งห่มได้อย่างน่าทึ่ง ม๊าเดี่ยวบอกว่าเขาต้องการให้ผู้คนได้เห็นว่าสิ่งของธรรมดา ๆ ที่ไม่ได้สวยงามและดูไม่เข้ากันเลยนั้น สามารถกลายเป็นอะไรที่งดงามได้ และการดูดีนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงิน

น้องม๊าเดี่ยว

          ม๊าเดี่ยวโด่งดังเมื่อช่วงกลางปีที่แล้ว เมื่อเขายืมผ้าขาวม้าของคุณยายมาและจัดการเปลี่ยนมันให้เป็นเดรสยาวเฟื้อย จากนั้นก็แชะภาพอย่างสง่า ปล่อยผ้ายาวลงมาตามบันไดสะพานลอย และนั่นทำให้เขากลายเป็นแฟชั่นนิสต้าที่มีชื่อเสียง มีคนติดตามมากมายบนโลกออนไลน์

          หลังจากนั้นม๊าเดี่ยวก็เริ่มก้าวเข้าสู่เส้นทางแฟชั่นอย่างเต็มตัว มีรายการทีวีต่าง ๆ เชิญเขาไปสัมภาษณ์ออกรายการ เขาได้เป็นแม้กระทั่งดีไซเนอร์รับเชิญในงาน Asia’s Next Top Model โดย ซินดี้ บิชอป (ซินดี้ สิริยา) ซูเปอร์โมเดลเชื้อสายไทย-อเมริกัน ถึงกับเอ่ยปากชมว่าม๊าเดี่ยวเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่น ๆ ในการฉีกกฎเดิม ๆ และค้นหาความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ที่น่าตื่นเต้น

น้องม๊าเดี่ยว
น้องม๊าเดี่ยว

น้องม๊าเดี่ยว

น้องม๊าเดี่ยว
น้องม๊าเดี่ยว

น้องม๊าเดี่ยว

น้องม๊าเดี่ยว

น้องม๊าเดี่ยว

 น้องม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธร

 น้องม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธร

 น้องม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธร

 น้องม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธร

 น้องม๊าเดี่ยว แฟชั่นนิสต้าภูธร

ที่มา:kapook

โรงแรมอิสติน ตัน ยื่นอุทธรณ์ หลังถูกสั่งปิด พบยังมีนักท่องเที่ยวเข้าพักปกติระหว่างร้องเรียน

จากกรณีเจ้าหน้าที่สั่งปิดโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล จ.เชียงใหม่ ของ ตัน ภาสกรนทีนักธุรกิจชื่อดัง โดยยืนยันว่าผิดกฎหมายผังเมือง และ กฎหมายควบคุมอาคาร โดยนายศรัญญู มีทองคำ นายอำเภอเมืองเชียงใหม่ กล่าวว่า หลังส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล ถ.ห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (7ต.ค.) พบว่า เปิดเป็นโรงแรมโดยไม่มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจโรงแรม และเข้าข่ายกระทำผิดกฎหมายผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร

นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยถึงกรณีทางจังหวัดได้มอบหมายให้ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่เข้าทำการตรวจสอบโรงแรมอิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ของนายตัน ภาสกรนที นักธุรกิจชื่อดัง ซึ่งตั้งอยู่บริเวณถนนห้วยแก้ว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่นั้น เนื่องจากอาคารดังกล่าวได้ขออนุญาตก่อสร้างเป็นอาคารชุดที่พักอาศัย หรือ คอนโดมิเนียม แต่ทางผู้ประกอบการได้นำอาคารดังกล่าวมาเปิดให้บริการเป็นโรงแรมที่พัก ซึ่งผิดต่อ พ.ร.บ.ผังเมือง ทางอำเภอเมืองเชียงใหม่ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบเรื่องดังกล่าว จึงไม่สามารถอนุญาตให้ดำเนินกิจการประเภทโรงแรมได้

ทางโรงแรมอิสติน ตันฯ ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อฝ่ายปกครองของจังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งทางคณะกรรมการจังหวัดประชุมร่วมกัน พร้อมทำเรื่องขอความเห็นไปยังกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึ่งได้พิจารณาแล้วเห็นว่าขัดต่อ พ.ร.บ.ผังเมืองและกฎหมายควบคุมอาคาร จึงไม่อนุญาตให้ดำเนินการจัดตั้งเป็นโรงแรมที่พัก จากกรณีการขออนุญาตอาคารดังกล่าวนี้ เป็นเรื่องเกิดขึ้นมาก่อนที่จะเข้ามารับตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ แต่เมื่ออาคารดังกล่าวนี้ไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดดำเนินการโรงแรมที่พักตามกฎหมาย จึงไม่สามารถที่จะเปิดให้บริการได้เป็นหลักที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนเรื่องที่โรงแรมออกมาชี้แจงว่ากำลังยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการส่งเสริม และกำกับธุรกิจโรงแรม เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2559 นั้น ยังไม่ได้รับรายงาน

ด้านนายสมหวัง บุญระยอง โยธาธิการและผังเมืองจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวว่า การทำรายงานวิเคราะห์ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) ของอาคารแห่งนี้ เป็นอีไอเอสำหรับอาคารอยู่อาศัย โดยไม่ได้ทำอีไอเอสำหรับโรงแรม จึงทำให้การนำอาคารชุดมาปรับเป็นโรงแรมถือว่าผิดกฎหมาย201610092012222-20021028190509ผู้สื่อข่าวรายงานว่าก่อนหน้านี้ นายตัน ชี้แจงผ่านเฟซบุ๊ก “ตัน ภาสกรนที”ว่า ตามที่มีข่าวว่าโรงแรม อิสติน ตัน โฮเทล เชียงใหม่ ประกอบธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น เนื่องจากโรงแรมได้รับการปฏิเสธการขออนุญาตทำธุรกิจโรงแรม เพราะมีการเปลี่ยนผังเมืองใหม่ และขณะนี้ได้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการส่งเสริมและกำกับธุรกิจโรงแรมแล้ว จึงขอเรียนว่า เหตุการณ์นี้เกิดจากปัญหารอยต่อระหว่างประกาศผังเมืองฉบับเก่า และฉบับใหม่ บริษัทฯ ไม่มีเจตนาทำผิดกฎหมาย” ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น
ข่าวคืบหน้าเมื่อเวลา 19.50 น.วันที่ 9 ตค59 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปโรงแรม อิอิตัน ซึ่งตั้งอยู๋บนถนนห้วยแก้ว อ.เมืองเชียงใหม่ พบว่าทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการอยู่ตามปกติโดยมีนักท่องเที่ยวยังคงเข้าออกโรงแรมดังกล่าวและไฟในห้องพักบางห้องก็ยังคงเปิดแสดงว่ามีผู้เข้าไปพักอยู่ก่อนหน้านั้นแล้วรวมทั้งผู้ที่มาพักใหม่ และมีรถตู้ของทางโรงแรมรับส่งแขกของโรงแรมเข้าออกเป็นระยะ ซึ่งส่วนมากจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างประเทศยุโรปและชาวจีน ที่มาติดต่อขอเช่าพัก ส่วนคนไทยนั้นก็จะมาเพียงถ่ายภาพรูปปั้นนายตัน ที่ตั้งอยู่ในบริเวณศูนย์การค้า “ติงปร์าค”หน้าโรงแรมของเสี่ยตัน

ผู้สื่อข่าวได้เข้าไปสอบถามพนักงานโรงแรมอิชิตันซึ่งกำลังให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติอยู่โดยพนักงานได้เปิดเผยว่า ทางโรงแรมยังคงเปิดให้บริการตามปกติอยู่โดยทางผู้บริหารของโรงแรมได้แจ้งให้กับพนักงานทราบว่าให้ปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ เพราะเรื่องยังอยู่การร้องขอความเป็นธรรมอยู่ เมื่อมีแขกเดินทางมาติดต่อขอพักทางพนักงานก็จะให้ขึ้นไปติดต่อกับเคาร์เตอร์ชั้น 2 ของโรงแรมทันที ซึ่งก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาพักตลอดในช่วงนี้ ส่วนมากเป็นชาวต่างชาติ

ที่มา>>>ข่าวสด