กะหล่ำปลี ภัยร้ายต่อสุขภาพจากการกินดิบ

กะหล่ำปลี ถือเป็นผักยอดนิยมสำหรับประเทศไทยของบ้านเรา ซึ่งสามารถนำมารับประทานกับอาหารได้อย่างหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็น ส้มตำ แหนมคุก ลูกชิ้น เป็นต้น

222

ก่อนอื่นมาดูประโยชน์ของผักกะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีเป็นผักที่มีวิตามินซีสูงมาก การรับประทานกะหล่ำปลีฝอย 1 ถ้วย เท่ากับการรับประทานส้มเขียวหวาน 1 ผล และกะหล่ำปลี ยังประกอบไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินอี โฟเลต เบต้าแคโรทีน และแร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก โพแทสเซียม และแมกนีเซียม อีกด้วย

สรรพคุณทางยาของกะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีมีสรรพคุณในการต้านมะเร็ง และบรรเทาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ จากผลงานวิจัยเกี่ยวกับสารกลูตามีนในกะหล่ำปลีพบว่าช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ได้ และในกะหล่ำปลี ยังมีสารซัลเฟอร์ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำใส้ใหญ่ ทำให้ระบบการขับถ่ายดี อีกทั้งยังช่วยลดคอเลสเตอรอล ระงับประสารทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น สารอื่นในกะหล่ำปลี เช่น อินโดลฟลาโวนอยด์ คาร์บินอล ซัลฟาราเฟน กลูโคซิโนเลต เบต้าแคโรทีน กรดโฟลิก ซึ่งสารเหล่านี้มีผลช่วยต้านการก่อตัวของโรคมะเร็ง บำรุงระบบไต ชะล้างสารพิษ ทำความสะอาดลำไส้ บรรเทาอาการอักเสบจากแผลในสำไส้ บรรเทาอาการแน่นหน้าอก แก้ท้องผูก และเจ็บคอจุกเสียดแน่นท้องได้เป็นอย่างดี

สรรพคุณทางด้านความสวยความงามของกะหล่ำปลี

เนื่องจากกะหล่ำปลีสามารถช่วยเพิ่มสารกลูตาไทโอน ซึ่งมีผลต่อการล้างพิษจากควันไอเสียและยา ส่งผลทำให้ตับพิการได้ และผลข้างเคียงของสารกลูตาไทโอน คือทำให้ผิวขาวขึ้นอีกด้วย

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผักยอดนิยมอย่างกะหล่ำปลีหากรับประทานดิบจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพในระยะยาวได้อย่างไร….

เนื่องจากในกะหล่ำปลีดิบ มีสาร Goitrogen ซึ่งมีผลทำให้ต่อมไทรอยด์ไม่จับกับไอโอดีน ส่งผลให้ไม่เกิดการสร้าง Thyroscine เป็นบ่อเกิดของโรคคอหอยพอก แต่สารพิษชนิดนี้จะถูกทำลายได้โดยการทำให้เมนูอาหารกะหล่ำปีให้สุกเสียก่อน

ดังนั้นการรับประทานกะหล่ำปลีพบว่ามีคุณประโยชน์อยู่มาก แต่หากรับประทานดิบ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ เพื่อเป็นการป้องกันและดูแลสุขภาพจึงควรเลือกรับประทานกะหล่ำปลี ที่ได้ทำให้สุกเสียก่อน มีเมนูอาหารมากมายสำหรับกะหล่ำปีสุก สามารถติดตามเมนูอาหารเพื่อสุขภาพจากกะหล่ำปลีรสเด็ดได้ในบทความหน้า