กินกะหล่ำปลีดิบ มีผลต่อสุขภาพและร่างกาย

การรับประทานกะหล่ำปลีดิบ ถือเป็นเรื่องยอดฮิตสำหรับผักที่การรับประทานคู่กับอาหารหลากหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น ลูกชิ้นปิ้ง ลูกชิ้นทอด ไส้กรอกอีสานย่าง ฯลฯ

ก่อนอื่นมาดูประโยชน์ของผักกะหล่ำปลี

กะหล่ำปลี เป็นผักที่มีวิตามินซีสูงมาก การรับประทานกะหล่ำปลีฝอย 1 ถ้วย เท่ากับการรับประทานส้มเขียวหวาน 1 ผล และกะหล่ำปลี ยังประกอบไปด้วย วิตามินเอ วิตามินบี 2 วิตามินอี โฟเลต เบต้าแคโรทีน และแร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก โพแทสเซียม และแมกนีเซียม อีกด้วย

กะหล่ำปี

สรรพคุณทางยาของกะหล่ำปลี

กะหล่ำปลีมีสรรพคุณในการต้านมะเร็ง และบรรเทาโรคกระเพาะอาหารอักเสบ จากผลงานวิจัยเกี่ยวกับสารกลูตามีนในกะหล่ำปลีพบว่าช่วยเคลือบกระเพาะอาหาร ได้ และในกะหล่ำปลี ยังมีสารซัลเฟอร์ช่วยกระตุ้นการทำงานของลำใส้ใหญ่ ทำให้ระบบการขับถ่ายดี

อีกทั้งยังช่วยลดคอเลสเตอรอล ระงับประสารทำให้นอนหลับได้ง่ายขึ้น สารอื่นในกะหล่ำปลี เช่น อินโดลฟลาโวนอยด์ คาร์บินอล ซัลฟาราเฟน กลูโคซิโนเลต เบต้าแคโรทีน กรดโฟลิก ซึ่งสารเหล่านี้มีผลช่วยต้านการก่อตัวของโรคมะเร็ง บำรุงระบบไต ชะล้างสารพิษ ทำความสะอาดลำไส้ บรรเทาอาการอักเสบจากแผลในสำไส้ บรรเทาอาการแน่นหน้าอก แก้ท้องผูก และเจ็บคอจุกเสียดแน่นท้องได้เป็นอย่างดี

ทางด้านความสวยความงาม กะหล่ำปลีสามารถช่วยเพิ่มสารกลูตาไทโอน ซึ่งมีผลต่อการล้างพิษจากควันไอเสียและยา ส่งผลทำให้ตับพิการได้ และผลข้างเคียงของสารกลูตาไทโอน คือทำให้ผิวขาวขึ้นอีกด้วย

อย่าไรก็ตาม ผักยอดฮิตอย่างกะหล่ำปลีหากรับประทานดิบจะส่งผลร้ายต่อสุขภาพในระยะยาว

เนื่องจากในกะหล่ำปลีดิบ มีสาร Goitrogen ซึ่งมีผลทำให้ต่อมไทรอยด์ไม่จับกับไอโอดีน ส่งผลให้ไม่เกิดการสร้าง Thyroscine เป็นบ่อเกิดของโรคคอหอยพอก แต่สารพิษชนิดนี้จะถูกทำลายได้โดยการทำให้เมนูอาหารกะหล่ำปีให้สุกเสียก่อน

ดังนั้นการรับประทานกะหล่ำปลีพบว่ามีคุณประโยชน์อยู่มาก แต่หากรับประทานดิบ จะส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาวได้ เพื่อเป็นการป้องกันและดูแลสุขภาพจึงควรเลือกรับประทานกะหล่ำปลี ที่ได้ทำให้สุกเสียก่อน มีเมนูอาหารมากมายสำหรับกะหล่ำปีสุก สามารถติดตามเมนูอาหารเพื่อสุขภาพจากกะหล่ำปลีรสเด็ดได้ในบทความหน้า