ปลอดภัย (กว่า) จากสารเคมีการเกษตร

ในงานศึกษาของกระทรวงเกษตรสหกรัฐ (USDA) เด็กอเมริกันโดยเฉลี่ยในแต่ละวันจะได้รับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชราว 10 – 13 ชนิดจากการบริโภคอาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งการเปลี่ยมให้เด็กมาบริโภคอาหารออร์แกนิคจะช่วยลดปริมาณสารเคมีในร่างกายได้ ซึ่งมีรายงานที่น่าสนใจหลายฉบับ ได้แก่

งานวิจัยในปี 2546 พบว่า เด็กที่กินอาหารและน้ำผลไม้ออร์แกนิคจะมีสารเคมีในปัสสาวะเพียง 1 ใน 6 ของเด็กที่บริโภคอาหารทั่วไป
งานวิจัยในปี 2549 พบว่า เมื่อเด็กเปลี่ยนมาบริโภคอาหารออร์แกนิค ปริมาณสารเคมีพวก malathion และ chlorpyrifos ในปัปัสสาวะลดลงจากระดับที่ตรวจพบได้เป็นระดับที่ไม่สามารถตรวจพบได้ ในทันที่เปลี่ยนการบริโภคอาหาร
งานวิจัยของ USDA ในปี 2551 การปรับเปลี่ยนการบริโภคอาหารให้เป็นอาหารออร์แกนิคทั่วประเทศจะทำให้ความเสี่ยงในการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีการเกษตรลงได้มากกว่า 95%

หลายคนเชื่อว่า การบริโภคอาหารที่มีการปนเปื้อนสารเคมีการเกษตรน้อยลง ย่อมดีต่อสุขภาพ ซึ่งมีงานวิจัยที่สนับสนุนความเชื่อนี้

คณะกรรมการมะเร็งแห่งชาติ กระทรวงสุขภาพและบริการของสหรัฐอเมริกา (President’s Cancer Panel, U.S. Department of Health and Human Service) ได้ระบุในรายงานประจำปี 2553 ว่า การบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนสารเคมีการเกษตรเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคมะเร็งในสหรัฐอเมริกา และมีข้อเสนอแนะในคนอเมริกันเปลี่ยนมาบริโภคอาหารที่ผลิตโดยการไม่ใช้สารเคมีการเกษตรและปุ๋ยเคมี นอกจากนี้ ในรายงานนี้ยังได้ระบุถึงความเสี่ยงของคนงานและเกษตรกร ที่ใช้สารเคมีการเกษตรว่า มีความเสี่ยงในการเจ็บป่วยด้วยโรคมะเร็งเพิ่มขึ้น หรือแม้แต่เด็กที่อาศัยอยู่ในบริเวณพื้นที่การเกษตร ก็มีความเสี่ยงในเรื่องการป่วยด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวมากขึ้น
งานวิจัยที่เพิ่มเผยแพร่ในเดือนเมษายน 2554 ระบุถึงผลกระทบของผลกระทบของสารเคมีในกลุ่ม organophosphate ต่อการพัฒนาระบบประสาทและไอคิวของเด็กที่แม่ได้รับสารเคมีในกลุ่มนี้ โดยแม่ที่ตรวจพบสารเคมีกลุ่ม organophosphate ในปัสสาวะในระดับสูง ลูกที่คลอดออกมามีระดับไอคิวต่ำกว่า 7 จุด เมื่อเปรียบเทียบกับเด็กที่แม่มีสารเคมีนี้ต่ำ
งานวิจัยในปี 2553 ที่สำรวจเด็กกว่า 1,000 คนในสหรัฐอเมริกา พบว่า เด็กที่มีสาร organophosphate ในปัสสาวะสูงจะมีความเสี่ยงเป็นโรคไฮเปอร์แอคทีฟมากกว่าเด็กทั่วไปถึง 2 เท่า
งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร Environmental Health Perspectives ในปี 2553 ที่ติดตามเด็ก 300 คน ตั้งแต่ในช่วงแม่ตั้งครรถ์จนเด็กอายุได้ 5 ขวบ พบว่า แม่ที่มี organophosphate ในปัสสาวะสูง 10 เท่าในช่วงตั้งครรถ์ จะมีโอกาสที่ลูกที่เกิดมาจะมีปัญหาเกี่ยวกับสมาธิสั้น (attention disorders) ในช่วง 5 ปีแรกสูงขึ้น 500%

 

ที่มา  http://www.greennet.or.th/article/1293